เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 13 ก.ค. 59 ร.ต.อ.อภิเชษฐ์ จำปาทอง รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง ได้รับแจ้งเหตุ ลูกฆ่าปาดคอแม่เสียชีวิตบริเวณบ้านเลขที่ 9/85 หมู่ 5 ตำบลบ้านอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน ผบก.ภ.จว.อ่างทอง พ.ต.อ.ชูตระกูล ยศมาดี ผกก.สภ.เมืองอ่างทอง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดอ่างทอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองอ่างทอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับสืบภูธรจังหวัดอ่างทอง
ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวเฮ้าส์ชั้นเดียว ด้านในพบกองเลือดจำนวนมากและมีมีทำครัวขนาดความยาว 1 ฟุตหักครึ่ง ตกอยู่ข้างกองเลือด ส่วนผู้เสียชีวิตทางสามี คือนายนาต กิ่งแก้ว ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลอ่างทอง ทราบชื่อต่อมาว่านางชนาภา คุ้มไพฑูรย์ อายุ 46 ปี จากการสอบสวนเบื้องต้นนางจินดา คุ้มไพฑูรย์ อายุ 67 ปี แม่ผู้เสียชีวิต ให้การว่า นางชนาภา เป็นแม่ค้ารถเร่ขายกับข้าวตามหมู่บ้าน อาศัยอยู่บ้านเช่าหลังดังกล่าว 3 คน มีสามีผู้เสียชีวิต และลูกชายวัย 25 ปี โดยตนเองได้อยู่อาศัยกับลูกอีกคนหนึ่งที่บ้านเช่าหลังใกล้ๆกัน
ในช่วงเย็นที่ผ่านมาตนเองได้เดินนำขนมเอาให้ลูกสาว นางชนาภาที่บ้านหลังเกิดเหตุ พบว่า ถูกอาวุธมีดปาดที่ลำคอด้านหน้าหวิดขาด ได้รับบาดเจ็บเลือดไหลนองกองพื้นโดยนายอิทธิชัย หรือบัส กิ่งแก้ว อายุ 25 ปี ลูกชาย ได้วิ่งหนีสวนออกมาโดยมีเลือดเปื้อนตามตัวจำนวนมากแล้ววิ่งหนีหายไปกลางป่ารกบริเวณทุ่งนาหลังหมู่บ้าน ทางญาติจึงนำร่างนางชนาภา ส่งโรงพยาบาลอ่างทอง และพบว่าเสียชีวิตแล้ว
ด้านนางพัชรี อำไพวัน อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/87 ม.5 ต.บ้านอิฐ อ.เมือง จ.อ่างทอง แม้ค้าร้านของชำ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ปกติแล้วนายบัส จะเดินมาซื้อของที่ร้านเป็นประจำ โดยเฉพาะบุหรี่ และบัตรเติมเงิน จะต้องซื้อทุกวัน เพราะนายบัสเป็นคนบอกเองว่าจะซื้อไปเติมเงินในการเล่นเกมส์ในโทรศัพท์ แต่วันนี้นายบัสเดินมาซื้อบุหรี่ที่ร้านบ่อยมาก เกินกว่าปกติทุกวัน ช่วงก่อนเกิดเหตุประมาณ 30 นาที นายบัสเพิ่งมาซื้อบุหรี่ไป จากนั้นประมาณ 10 นาที พ่อและแม่ของเค้าก็กลับมาจากการขายกับข้าว สักพักจึงได้ยินเสียงทะเลาะกัน คาดว่าคงจะขอเงินแม่มาซื้อบัตรเติมเงิน เนื่องจากวันนี้ซื้อบุหรี่เยอะกว่าทุกวัน ซึ่งมักจะเป็นเรื่องปกติ บางครั้งกลางคืนยังเคยเห็นเค้าไปนั่งเล่นเกมส์แถวสนามของหมู่บ้านก็มี
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เร่งติดตามตัว นายอิทธิชัย หรือบัส ที่หลบหนี ไปกลางป่ารกกลางทุ่งนา โดยการปิดล้อมค้นหาตัวเพื่อมาสอบสวนตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

