พบรอยเท้าสัตว์คล้ายรอยเท้าเสือโผล่สันอ่างเก็บน้ำภายในวัดป่าดงชมภูพาน ขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือ ประกาศเตือนชาวบ้านงดหาของป่าใกล้วัดหวั่นเกิดอันตราย วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าพิสูจน์จับตัวไปปล่อยในที่เหมาะสม
จากกรณีชาวบ้าน.ด่านตึง ต.หลุบเลา อ.ภูพาน จ.สกลนคร พบรอยเท้าสัตว์คล้ายรอยเสือภายในหมู่บ้าน สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านจนไม่กล้าออกไปทำไร่ทำนาตามปกติ เนื่องจากหวาดระแวงเกรงว่าจะได้รับอันตราย หากต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายโดยบังเอิญ จนกระทั่ง จนท.ด่านตรวจสัตว์นครพนมที่เดินทางเข้ามาทำการตรวจสอบร่องรอย สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นรอยเท้าเสือพลัดถิ่น ที่หลงเข้ามาในพื้นที่ และได้วางแผนจับตัวโดยการทำกับดักชั่วคราว และใช้ไก่ที่มีชาวบ้านบริจาคมาเป็นเหยื่อล่อ หวังจับตัวเสือตัวปัญหาให้ได้ แต่ก็ยังไม่สามารถจับตัวได้เสียที
ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้(12 ก.ค.59) ด่านตรวจสัตว์ป่านครพนมได้ส่งกรงดักสัตว์แบบมาตรฐานให้กับคณะกรรมการบ้านด่านตึง เพื่อนำไปใช้ในการดักจับสัตว์ที่คาดว่าจะเป็นเสือ โดยชาวบ้านได้นำกรงดังกล่าวไปติดตั้งไว้ที่ข้างกุฏิพระภายในสำนักสงฆ์บ้านด่านตึง บริเวณที่เคยพบรอยเท้าสัตว์ตัวดังกล่าวมาป้วนเปี้ยน โดยใช้ซากไก่ทั้งตัวเป็นเหยื่อล่อ แต่ตลอดคืนที่ผ่านมายังคงไร้ร่องรอยเสือตัวดังกล่าวเข้ามาติดกับดัก ซึ่งชาวบ้านคาดว่าอาจจะหลบออกไปจากบริเวณใกล้เคียงแล้ว แต่ก็ยังคงวางกับดักไว้ตลอดเวลา เผื่อเจ้าสัตว์ตัวดังกล่าวย้อนกลับมา
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า มีผู้พบเห็นรอยเท้าสัตว์คล้ายรอยเท้าเสือ ปรากฏที่บริเวณสันอ่างเก็บน้ำภายในวัดป่าดงชมภูพาน ต.สร้างค้อ อ.ภูพาน ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านด่านตึงไปทางทิศใต้ประมาณ 3 กิโลเมตร และได้ถ่ายภาพรอยเท้าที่ปรากฏเก็บไว้ จากการสอบถามทราบว่าผู้ที่ถ่ายภาพรอยเท้าสัตว์ไว้คือพระอาจารย์ดำเกิง วรวุฑโฒ เจ้าอาวาสวัดป่าดงชมภูพาน จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ โดยพระอาจารย์ดำเกิงเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ค.59 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 03.00 น. คนเฝ้ารถแทร๊กเตอร์ 2 คนที่นอนอยู่บริเวณไซต์งานก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ได้ยินเสียงสุนัขเห่ากรรโชกผิดปกติ รุ่งเช้าจึงได้เดินสำรวจรอบๆบริเวณ ก็ไปพบรอยเท้าสัตว์บริเวณสันอ่างเก็บน้ำที่อยู่ในระหว่างก่อสร้าง โดยเบื้องต้นคิดว่าเป็นรอยเท้าสุนัขแต่จากขนาดรอยเท้าอันใหญ่โตมาก จึงทำให้เกิดความสงสัยว่าอาจจะเป็นรอยเท้าสัตว์ชนิดอื่น เนื่องจากสุนัขในวัดนั้นเป็นสุนัขขนาดเล็ก จึงได้มาตามอาตมาไปดู ซึ่งเมื่อไปถึงก็คิดว่าน่าจะเป็นรอยเสือ จึงได้ใช้สมาร์ทโฟนถ่ายเก็บบันทึกไว้ โดยเปรียบเทียบขนาดกับฝ่ามือของคน เพื่อจะแสดงให้เห็นขนาดความใหญ่ของรอยเท้าได้ชัดเจน
พระอาจารย์ดำเกิงกล่าวอีกว่า หลังจากนั้นก็ยังไปพบร่องรอยเจ้าสัตว์ที่คาดว่าน่าจะเป็นเสือ ไปนอนเกลือกกลิ้งในไร่มันสำปะหลังของชาวบ้าน จนต้นมันสำปะหลังที่เพิ่งปลูกใหม่ล้มระเนนระนาด จึงคาดว่าสัตว์เจ้าของรอยเท้านี้ยังคงป้วนเปี้ยนอยู่ภายในบริเวณวัด เนื่องจากวัดป่าดงชมภูพานมีพื้นที่ถึง 1,000 ไร่ และมีสภาพป่าที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ซึ่งจากการสังเกตุของตนเชื่อว่า หากสัตว์ดังกล่าวเป็นเสือจริงก็น่าจะเป็นเสือเลี้ยงไม่ใช่เสือป่าอย่างแน่นอน เนื่องจากเวลาตะปบไก่ของชาวบ้านแล้วมันก็ไม่กิน และตะปบแมวตายก็ทิ้งซากไว้เฉยๆ จึงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเสือเลี้ยงที่ชินกับอาหารที่คนเลี้ยงนำมาให้
เจ้าอาวาสวัดป่าดงชมภูพานกล่าวเพิ่มเติมว่า รู้สึกเป็นห่วงความปลอดภัยของชาวบ้าน เนื่องจากปกติจะมีชาวบ้านเข้ามาหาของป่าภายในวัดอยู่เป็นประจำ จึงได้แจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านประกาศแจ้งชาวบ้านให้งดเข้ามาหาของป่าภายในวัดในช่วงนี้ เพราะเกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายขึ้นได้ หากไปพบกับสัตว์ตัวดังกล่าว เนื่องจากยังไม่ทราบว่าเป็นสัตว์ชนิดใดกันแน่ โดยเมื่อวานนี้ได้ประสานไปยังอุทยานแห่งชาติภูพานเพื่อให้เข้ามาดำเนินการ ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มีเครื่องมืออุปกรณ์ จึงอยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีความชำนาญได้เข้ามาพิสูจน์ทราบและจับตัวนำไปปล่อยในพื้นที่ๆเหมาะสมต่อไป.

