ภาค 1 แถลงจับกุมหน้ากากอนามัยเกือบ 8 แสนชิ้น เจลกว่า 10,000 ลิตร มี 31 ผู้ต้องหา

3.04.20 | 12:16 น.

เมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค1 พล.ท.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วยตัวแทนจาก สคบ. ร่วมกันแถลงระดมกวาดล้าง ผู้ที่จำหน่ายหน้ากากอนามัยเกินราคาและเจลแอลกอฮอล์ล้างมือที่มีการผลิตไม่ถูกต้องตามกฎหมายในช่วงระหว่างวันที่ 30 มีนาคมถึง 1 เมษายนที่ผ่านมา โดยสามารถจับกุมได้ทั้งหมด 19 คดี ผู้ต้องหา 31 คน ยึดหน้ากากอนามัยจำนวน 787,779 ชิ้น และเจล แอลกอฮอล์กว่า 10,000 ลิตร

พล.ต.ท.อำพล กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับ ให้ ตำรวจภูธรภาค 1 ระดม กวาดล้าง ปราบปรามการกักตุนขายหน้ากากอนามัย นำเข้า โดยไม่ได้รับอนุญาต เข้ามาขายเกินราคา ในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 จึง ระดม ตรวจค้น พื้นที่ ปริมณฑล เช่น สมุทรปราการ ,บางบังทอง ,ปากเกร็ด ,นนทบุรี ,ดอนเมือง พบหน้ากากอนามัย จำนวนดังกล่าว เป็นสินค้านำเข้ามา จากประเทศเวียดนาม ผ่านเข้ามาด้าน อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว โดยไม่ได้ขออนุญาตนำเข้าตามกฏหมาย และมีการนำไปขายเกินราคา อยู่ที่ 13.40 บาท หรือ สูงกว่านั้น และเชื่อว่ายังมีขบวนการที่มีพฤติการณ์ในลักษณะดังกล่าวอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผลจับกุมมาดำเนินคดี เนื่องจากเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนประชาชน ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับทั้ง 19 คดี พบว่ามีการทำเป็นขบวนการ และอาจมีสินค้าบางส่วนที่พบว่ามีการผลิตในไทย ซึ่งต้องส่งให้องค์การอาหารและยา(อย.) รับไปตรวจสอบต่อ ส่วนคดีของ แคนดี้ รากแก่น นักร้องลูกทุ่วชื่อดัง ยืนยันว่าพบการกระทำผิดจริง แม้เจ้าตัวจะให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ขายต่อ แต่ตั้งใจจะนำไปบริจาค ก็ตาม

อย่างไรก็ตามสำหรับของกลางทั้งหมดที่ยึดได้ จะส่งให้ อย.ทำการตรวจสอบว่าได้คุณภาพหรือไม่หากได้คุณภาพจะส่งไปบุคลากรทางการแพทย์ไว้ใช้ประโยชน์ต่อไป หากไม่ได้คุณภาพ จะมีการทำลายต่อไป