ด.ญ.ลาว ถูกลวงค้าประเวณีจนตั้งครรภ์ ปคม.ตามรวบแก๊งโอเกะค้ามนุษย์ ‘เจ๊อ้อย’หาดใหญ่

14.07.16 | 15:52 น.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคม ที่กองบังคับการตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม. พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รองผบก.ปคม. พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รองผบก.ปคม. ร่วมกันแถลงจับกุมนายทศพล หรือเจ ภาชีศัพท์ อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาคดีหลอกลวงหญิงชาวลาวมาบังคับค้าประเวณี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1050/2559 ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2559 โดยจับกุมได้ที่ ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม

พล.ต.ต.กรไชย กล่าวว่า สืบเนื่องจากประมาณต้นเดือนมีนาคม 2557 น.ส.หวาน หรือ หล้า ไม่ทราบนามสกุล  สัญชาติลาว ได้พาเจ๊อ้อย หรือนางสุนีย์ โสดารส และนายเณร หรือ นายพิสุทธิชัย โสดารส เจ้าของร้านอ้อยคาราโอเกะ ที่ จ.สงขลา ไปที่ประเทศลาว และได้ชักชวน น.ส.น้อย (นามสมมติ)สัญชาติลาว เพื่อมาทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟ ในร้านอาหาร ที่ อ.หาดใหญ่ โดยอ้างว่าจะให้ค่าจ้างเดือนละ 9,000 บาท น.ส.น้อย จึงตอบตกลงซึ่งขณะนั้นอายุประมาณ 12-13 ปี โดยผู้ที่ชักชวนก็ทราบ น.ส.หวานจึงได้เตรียมเอกสารการเดินทางให้น.ส.น้อย

“ต่อมาน.ส.หวานได้พาน.ส.น้อย เดินทางมาที่ประเทศไทย ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองจ.หนองคาย เดินทางมาถึงสถานีขนส่งหมอชิต โดยมีนายเจ หรือนายทศพล ภาชีศัพท์ ซึ่งเป็นลูกชายของเจ๊อ้อย ขับรถมารับและพาไปส่งที่ร้านคาราโอเกะ อ.หาดใหญ่ เมื่อน.ส.หวานได้พา น.ส.น้อย มาถึงร้านอ้อยคาราโอเกะ ได้ถูกเจ๊อ้อย ซึ่งเป็นเจ้าของร้านบังคับให้ขายบริการทางเพศ โดยอ้างว่าได้ให้เงินกับทางพ่อแม่ของ น.ส.น้อย แล้ว 20,000 บาท ทำให้น.ส.น้อย ต้องยินยอมทำงานเรื่อยมาไม่ได้รับเงิน แต่กลับเป็นหนี้ถึงหลักแสน ถ้าไม่ทำก็จะถูกบังคับข่มขู่ทำร้ายร่างกาย และขู่ฆ่าพ่อแม่ ซึ่งน.ส.น้อยขายบริการชั่วคราว 1,500 บาท ค้างคืน 3,000 บาท โดยผู้ซื้อบริการจะจ่ายเงินให้กับนางพรไม่ทราบชื่อและสกุลจริง และนางพรจะนำเงินไปให้เจ๊อ้อย” พล.ต.ต.กรไชย กล่าว

พล.ต.ต.กรไชย กล่าวอีกว่า น.ส.น้อย ได้บอกกับแม่บ้านหลังรู้ว่าตั้งท้อง จึงได้หลบหนีมาขึ้นรถไฟจากสถานีรถไฟหาดใหญ่ เพื่อเดินทางไปจ.หนองคาย โดยไม่มีเอกสารเดินทางตัวจริง มีเพียงสำเนาติดตัวเท่านั้น ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟหนองคายได้ประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบเพื่อส่งกลับประเทศลาว จึงนำตัวมาคัดแยก และน.ส.น้อยอาจเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ น.ส.น้อยจึงต้องพักอยู่ที่บ้านนารีสวัสดิ์ จ.นครราชสีมา ซึ่งทราบว่าขณะนี้น.ส.น้อยก็ได้คลอดลูกแล้ว

ด้าน นายทศพล ซึ่งเป็นลูกชายของเจ๊อ้อย ให้การว่า ตนเป็นทหารเกณฑ์ ในช่วงปี 56-58 แม่จะตามให้ตนมารับตัวหญิงสาวมาทำงานล้างจานภายในร้าน จึงได้ลาราชการไปโดยตนได้ไปรับ น.ส.หวานซึ่งเป็นแฟนของตนที่สถานีขนส่งหาดใหญ่ และมีหญิงชาวลาวมากับแฟนด้วยอีก 3 คน ก่อนที่จะพาไปส่งที่ร้าน ตนทราบเพียงว่าพ่อแม่เต็มใจให้มา ในส่วนของการลักลอบค้าประเวณี ตนยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนรู้เห็นด้วยแต่อย่างใด

Advertisement

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 และพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 8-15 ปี และปรับตั้งแต่ 160,000-300,000 บาท ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ได้แถลงผลการจับกุม นายก้องเกียรติ เพียรแสวงบุญ ชาวไทย นางอัน นายคาเมน นายโบโบ ชาวเมียนมา ผู้ต้องหาในคดีค้ามนุษย์ และพ.ร.บ.คนเข้าเมือง แต่ไม่ได้นำตัวมาแถลงด้วยเนื่องจากดำเนินคดีที่ สภ.เมืองปัตตานี พร้อมฝากขังเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.กรไชย กล่าวว่า สืบเนื่องจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาประจำประเทศไทย ได้ประสานขอความช่วยเหลือแรงงานเมียนมาจำนวน 6 คน ถูกนายหน้าหลอกให้มาทำงานในเรือประมงใน จ.ปัตตานี ก่อนที่ตำรวจ ปคม.ปัตตานี จะเข้าช่วยเหลือลูกเรือประมง 17 คน โดยคัดแยกผู้เข้าข่ายค้ามนุษย์ได้ 14 คน ไม่เข้าข่าย 3 คน ถูกดำเนินคดี 2 คน เป็นชาวเมียนมา 6 คน ก่อนถูกหลอกให้มาทำงานที่กรุงเทพฯ และราชบุรี โดยให้รายได้คนละ 8,500 บาท ต่อมาได้มีคนไทยมารับตัวพร้อมพาเดินทางไปขึ้นเรือที่ ต.สะบารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี ซึ่งผู้เสียหายชาวเมียนมาที่ถูกหลอกมาทำงานคัดแยกปลาก่อนหน้านี้ ได้ใช้โอกาสโทรศัพท์ติดต่อญาติที่เมียนมา เพื่อขอความช่วยเหลือ

ด้าน พ.ต.อ.อังกูร กล่าวว่า ภายในเดือนหน้าจะมีปฏิทินผู้ต้องหาที่เกี่ยวกับการค้ามนุษย์ออกมา ทั้งนี้หากใครพบเห็นหรือมีเบาะแสการค้ามนุษย์สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนปคม. โทร. 1191