ดีเอสไอ-อัยการ ยังเห็นต่าง แจ้งข้อกล่าวหาผู้ครอบครอง คดีรถเบนซ์โบราณ “สมเด็จช่วง” ดีเอสไอแถลงความคืบหน้าคดีรถจดประกอบ พรุ่งนี้
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวถึงการตรวจสอบรถโบราณยี่ห้อเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทะเบียน ขม 99 ที่มีชื่อของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช เป็นผู้ครอบครองรถคันดังกล่าวว่า อยู่ระหว่างเร่งรัดดำเนินการ เพราะเอกสารบางส่วนต้องขอจากต่างประเทศ ส่วนคดีเสร็จแล้วประมาณ 80% ในส่วนของผู้นำเข้า ผู้จดประกอบ และผู้จดทะเบียนเสียภาษี เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาครบถ้วนหมดแล้ว อย่างไรก็ตาม เอกสารที่รอจากบริษัทต่างประเทศถือว่ามีความสำคัญ เนื่องจากการดำเนินคดีต้องมีเอกสารการนำเข้ามาประกอบกับสำนวน แต่อาจใช้เวลาดำเนินการพอสมควร ซึ่งจริงๆ แล้วดีเอสไอมีหลักฐานอยู่ส่วนหนึ่ง แต่อยากให้เอกสารครบถ้วนเพื่อความสมบูรณ์ของสำนวน
รายงานข่าวแจ้งว่า ตอนนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาในส่วนของผู้ครอบครองว่ามีเจตนาหรือทราบหรือไม่ว่า รถยนต์คันดังกล่าวเป็นรถยนต์ที่นำเข้ามาด้วยวิธีการหลบเลี่ยงภาษี ซึ่งข้อกล่าวหาในส่วนนี้ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษกับอัยการที่ร่วมสอบยังมีความเห็นไม่ตรงกัน เนื่องจากทางอัยการต้องการให้มีหลักฐานหรือพยานบุคคลที่สามารถยืนยัน การรับทราบหรือเจตนาของผู้ครอบครอง เพื่อความสมบูรณ์ในการแจ้งข้อกล่าวหา แต่ในส่วนของพนักงานสอบสวนดีเอสไอ เห็นว่าพยานหลักฐานเอกสารการยื่นขอชำระภาษีหรือใบมอบอำนาจ การจดทะเบียนของผู้ครอบครองก็เพียงพอต่อการแจ้งข้อกล่าวหา ดังนั้นประเด็นดังกล่าวเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดความล่าช้าในการทำคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้(15 ก.ค.) เวลา 14.00 น. ดีเอสไอจะแถลงผลการสอบสวนคดีรถยนต์จดประกอบเมอร์เซเดส-เบนซ์ จากมาเลเซีย ซึ่งเป็นคดีพิเศษที่ 112/56 กรณี การนำรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ จากประเทศมาเลเซีย เข้ามาจดประกอบในประเทศไทย ที่ดีเอสไอ

