ไม่จบ! ‘หมอประทีป’ ทำหนังสือถึง ‘ปิยะสกล’ ขอทราบเหตุผลไม่ถูกเลือกเลขาฯสปสช.

14.07.16 | 18:33 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ อดีตรักษาการเลขาธิการ สปสช. ซึ่งเป็นผู้สมัครและได้รับการสรรหาเป็นเลขาธิการ สปสช.ได้ทำหนังสือถึง นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ในฐานะประธานบอร์ด สปสช. เรื่อง ขอทราบเหตุผลของการออกคำสั่งทางปกครองที่ไม่รับรองผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นเลขาธิการ สปสช. โดยระบุว่า มติบอร์ด สปสช.เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมากรณีไม่รับรอง นพ.ประทีป ซึ่งเป็นผู้สมัครและได้รับการสรรหาเป็นเลขาธิการด้วยคะแนนไม่รับรอง 14 ต่อรับรอง 13 คะแนน โดยมีบัตรลงคะแนนหนึ่งใบที่อาจเป็นบัตรเสีย เพราะมีการกาเครื่องหมายไม่ตรงกับที่กำหนดไว้ในบัตรลงคะแนน ในช่องไม่รับรองนั้น อาจทำผิดกฎหมายใน 3 ประเด็น คือ

1.การที่บอร์ด สปสช.ไม่พิจารณาทำสัญญาจ้าง และแต่งตั้งผู้ที่ได้รับการสรรหาเพียงคนเดียวให้เป็นเลขาธิการ สปสช.ตามที่คณะกรรมการสรรหาฯ เสนอ แต่กลับใช้วิธีการลงคะแนนรับรองหรือไม่รับรองผู้ที่ได้รับการสรรหา เป็นการจงใจทำผิด พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 มาตรา 31

2.การที่บอร์ด สปสช.ใช้เสียงข้างมากที่มีส่วนได้เสีย เพราะได้ลงคะแนนไปแล้ว ไปรับรองบัตรลงคะแนนที่เป็นบัตรเสียเพราะกาเครื่องหมายไม่ตรงกับที่กำหนดไว้ในบัตรลงคะแนนให้เป็นบัตรดี เป็นการดำเนินการที่จงใจทำผิด พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 มาตรา 25

3.การที่บอร์ด สปสช.มีมติไม่รับรอง นพ.ประทีป ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับการสรรหาเพียงคนเดียวให้เป็นเลขาธิการ สปสช.ตามที่คณะกรรมการสรรหาฯ ได้เสนอ ซึ่งเป็นการออกคำสั่งทางปกครองตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 5 และจากการตรวจสอบเทปเสียงการประชุมของบอร์ด สปสช.ก่อนที่จะออกเสียงลงมติ ไม่ปรากฎว่ามีการพิจารณาเหตุผลในการรับรองหรือไม่รับรอง ถือเป็นการจงใจทำผิด พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 37

ในฐานะคู่กรณีตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 5 ที่ได้รับความเสียหายโดยตรงจากการออกคำสั่งทางปกครอง ของบอร์ด สปสช.จึงขอทราบเหตุผลโดยด่วนของการออกคำสั่งทางปกครองดังกล่าว เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง และศาลอาญาต่อไป ทั้งนี้ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 37 กำหนดไว้ว่า คำสั่งทางการปกครอง ต้องจัดให้มีเหตุผลไว้ด้วย และเหตุผลนั้นอย่างน้อยต้องประกอบด้วย 1.ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ 2.ข้อกฎหมายที่อ้างอิง 3.ข้อพิจารณา และข้อสนับสนุนในการใช้ดุลยพินิจ

Advertisement

1

2