ตำรวจพร้อมรับมือจราจรหยุดยาว คนกรุงแห่ ตจว. เตือนเมาอย่าขับ งัดคำสั่งคสช.ยึดรถ7วัน

15.07.16 | 14:19 น.
ตำรวจตรวจวัดแอลกอฮอล์พนักงานขับรถโดยสารประจำทาง ในช่วงหยุดยาว

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษก ตร. กล่าวถึงมาตรการดูแลด้านจราจรในเทศกาลหยุดยาวช่วงเข้าพรรษาระหว่างวันที่ 15-20 กรกฎาคมว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 และศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศชต.) ให้อำนวยความสะดวกกับพี่น้องประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนา และให้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในความปลอดภัย และขอฝากเตือนประชาชนไม่ควรดื่มสุราขณะขับขี่ยานพาหนะ เพราะจากสถิติที่ผ่านมาพบว่า ปัญหาเมาแล้วขับเป็นสาเหตุหลักในการเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ไม่ควรขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คำสั่งที่ 22/2558 และ 46/2558 ซึ่งได้ให้อำนาจเพิ่มเติมกับเจ้าพนักงาน ถ้าหากมีการตรวจสอบสอบแล้วพบว่ามีการฝ่าฝืนคำสั่งหรืออาจจะเป็นภัยอันตรายต่อพี่น้องประชาชน ก็จะมีการยึดรถไว้ 7 วัน เป็นการยึดรถไว้ชั่วคราวเพื่อป้องกันเหตุ จึงฝากเตือนอย่าฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าว

พล.ต.ต.อุดลย์ ณรงค์ศักดิ์
พล.ต.ต.อุดลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น.ปล่อยแถวตำรวจอำนวยความสะดวกดูแลความปลอดภัยประชาชนในช่วงวันหยุดยาววันอาสาฬหบูชา -เข้าพรรษา

ขณะเดียวกัน ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ(หมอชิตใหม่) ถ.กำแพงเพชร พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. เป็นประธานพิธีปล่อยแถว การปฏิบัติการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในห้วงเทศกาลเข้าพรรษา ระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคม โดยมี พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.วีระวิทย์ วัจนะพุกกะ รองผบก.จร. และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในสังกัด บก.น.2 รวมทั้งสิ้น 105 นาย

พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า ในเทศกาลต่างๆ ตำรวจทุกนายจะคอยอำนวยความสะดวกของประชาชน ส่วนเรื่องการจราจรติดขัดนั้น ก็ต้องเร่งแก้ไขปัญหา รวมทั้งป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ เพราะทุกครั้งที่มีการหยุดยาวจะมีการเกิดอุบัติเหตุทางจราจรเกิดขึ้น ดังนั้นในปีนี้ตำรวจทุกนายมีความมุ่งมั่นที่จะดูแลพี่น้องประชาชน ในเรื่องการอำนวยความสะดวกต่างๆ การจราจร และการเกิดอุบัติเหตุ ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกำชับในเรื่องของการตั้งจุดตรวจบริการพี่น้องประชาชน รวมทั้งตั้งด่านตรวจแอลกอฮอล์อย่างเข้มงวด เพื่อที่จะตรวจสอบผู้ที่เมาแล้วขับ ในปีนี้จะนำบทเรียนจากปีที่แล้วมาถือปฏิบัติ โดยมีการประสานกับทุกภาคส่วน ซึ่งทางรัฐบาลให้ประสานกับทางทหาร ฝ่ายปกครอง ภาคเอกชน และรัฐวิสาหกิจต่างๆ อาทิ การรถไฟ การขนส่ง ฯลฯ รวมทั้งในส่วนของรถตู้สาธารณะต่างๆ ที่จะต้องประสานในเรื่องของการดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน

พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า ประเมินว่าในครั้งนี้ถือว่าจะมีคนเดินทางออกต่างจังหวัดประมาณ 150,000-200,000 คน ซึ่งในวันถัดไปคาดว่าจะมีประชาชนเดินทางออกไป ตจว.ไม่ถึง 1 แสนคน และในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ จะมีประชาชนเดินทางเข้ามาจำนวนมาก เชื่อว่าในปีนี้จะมีประชาชนเดินทางเข้าประมาณวันที่ 20 กรกฎาคม ถึงวันที่ 21 กรกฎาคมช่วงเช้า ซึ่งจะมีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด

พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของกรมการขนส่งทางบก บขส. ทางตำรวจมีการประสานงานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องของการตรวจวัดแอลกอฮอล์ ซึ่งจะมีตรวจวัดเรื่อยๆ เพราะหลังจากนี้จะมีรถทัวร์ทยอยออกต่างจังหวัดต่อเนื่อง รวมทั้งผู้ขับขี่รถทัวร์แต่ละคันจะต้องมีมือสอง หรือมือสำรองที่จะขับขี่ หากขับมือเดียวในระยะยาว อาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากการปล่อยแถว พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่บก.น.2 เดินตรวจสอบความเรียบร้อย และไปตรวจจุดวัดแอลกอฮอล์ โดยตรวจปัสสาวะพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะที่จะออกต่างจังหวัด ผลปรากฎว่าไม่พบสารเสพติด และเดินไปตรวจวัดแอลกอฮอล์ พร้อมทั้งแจกแผ่นพับประชาสัมพันธ์เมาไม่ขับอีกด้วย

ด้าน พ.ต.อ.วีระวิทย์ รองผบก.จร. เปิดเผยถึงแผนอำนวยความสะดวกจราจรและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในห้วงเทศกาลเข้าพรรษา ระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคม ว่า สำหรับกองบังคับการตำรวจจราจร(บก.จร.) ได้มีระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อสนับสนุนท้องที่ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณขนส่งต่างๆ เช่น สถานีขนส่งจตุจักร สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ สถานีขนส่งเอกมัย สถานีรถไฟหัวลำโพง ฯลฯ คาดว่าจะมีประชนไปใช้บริการเดินทางกลับไปยังภูมิลำเนา หรือไปตามภูมิภาคต่างๆ จำนวนมาก ซึ่งได้ดำเนินการ 2 ส่วน คือด้านที่จะอำนวยการจราจรในภาพรวม โดยใช้ศูนย์ควบคุมสั่งการจราจรตามนโยบายของกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ทางพล.ต.ต.อดุลย์ ได้สั่งการให้บก.จร.ใช้ศูนย์ควบคุมสั่งการจราจรในการประสานระหว่างสน.ท้องที่และปริมณฑลต่อเนื่องกับกรุงเทพมหานคร ทั้ง จ.สมุทรปราการ จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี ให้เร่งระบายและรับรถของพี่น้องประชาชนที่จะเดินทางออกจากกรุงเทพมหานครไปตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป การดำเนินการนั้นตำรวจจราจรบก.จร.จะเข้าไปเสริมในจุดที่มีปัญหาการจราจรมากๆ โดยจะเน้นในเส้นทางที่ประชาชนจะต้องสัญจรออกไปต่างจังหวัดที่จะมีรถหนาแน่น เช่น ถนนพหลโยธิน ถนนพระราม 2 ถนนบางนา-ตราด ถนนวิภาวดี ถนนสุขุมวิท ฯลฯ นอกจากนี้ทาง ผกก. รองผกก. จะต้องลงพื้นที่ไปคอยอำนวยความสะดวกการจราจรด้วยตนเอง และยังได้จัดชุดเตรียมพร้อมเข้าช่วยเหลือหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น อีกทั้งได้วางกำลังตั้งจุดตรวจและวัดแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้