จับหนุ่มอ้างลูกบุญธรรมบิ๊กทหาร หลอกเป็น พ.ต.ราชองครักษ์ ลวงสาวแต่งงานสูบเงินพ่อตาส่งเสียกิ๊ก

15.07.16 | 15:20 น.

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 15 กรกฎาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก.รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป. พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผกก.4 บก.ป. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.อ.จตุพล เร่งถนอมทรัพย์ ผกก.6 บก.ทล. แถลงร่วมกับตำรวจภูธรภาค 7 จับกุมนายภาคิน หรือขุนพล จักรกาบาตร์ อายุ 35 ปี อาชีพขายรถยนต์มือสอง อยู่บ้านเลขที่ 1/6 ต.สามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ 364/2559 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2559 ข้อหาหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม, สวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่องใช้ยศ ตำแหน่ง เครื่องราชอิสริยาภรณ์เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิ พร้อมของกลาง เครื่องแบบทหาร เอกสารราชการ สิ่งเทียมอวัยวะเพศ โดยจับกุมได้ในที่ไนท์สวีทคอนโดมิเนียม ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี

พล.ต.ท.ฐิติราชกล่าวว่า สืบเนื่องจาก น.ส.ก้อย (นามสมมุติ) เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป.ว่าถูกนายภาคิน อดีตสามี ซึ่งรู้จักกันตั้งแต่ปี 2554 หลอกลวงว่าเป็นนายทหารยศ ร.ท.โดยครั้งแรกที่พบกัน นายภาคินก็แต่งเครื่องแบบทหารบก จึงหลงเชื่อว่าเป็นทหารจริงและได้คบหากันเรื่อยมา ก่อนจะตัดสินใจแต่งงานด้วยเมื่อปี 2556 โดยนายภาคินมาอาศัยอยู่กับครอบครัวตน กระทั่งเมื่อเดือนมกราคม 2558 นายภาคิน อ้างว่าได้ติดยศ พ.ต.โดยย้ายมาเป็น ผบ.ม.พัน. 29 รอ. ปฏิบัติหน้าที่ราชองครักษ์ มีการนำภาพถ่ายซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นการตัดต่อมาให้ทางครอบครัวตนดู จากนั้นก็เริ่มขอหยิบยืมเงินโดยอ้างว่าจะนำไปใช้ดูแลผู้บังคับบัญชาเพื่อความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ยืมไปลงทุนทำธุรกิจ, หลอกว่าต้องใช้จ้างคนสับเปลี่ยนไปปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และยังลักทรัพย์สินมีค่าของครอบครัวไปอีกหลายรายการ

ผบช.ก. กล่าวต่อว่า จากการสอบปากคำผู้เสียหาย ระบุว่านายภาคินได้หยิบยืมเงินจากครอบครัวผู้เสียหาย รวมทั้งได้นำทรัพย์สินต่างๆ ของผู้เสียหายไปแล้วเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 6,279,000 บาท จนที่สุดก็เริ่มผิดสังเกต ทำให้ทางผู้เสียหายได้ตรวจสอบข้อมูลกับทางต้นสังกัด จึงทราบว่านายภาคินไม่ได้เป็นทหาร นอกจากนี้ยังมีภรรยาหลายคน เมื่อทราบเรื่องราวทั้งหมดแล้วจึงเข้าแจ้งความดำเนินคดี ภายหลังรับแจ้ง ทางฝ่ายสืบสวน กก.1 กก.4 และ กก.5 บก.ป.ได้ร่วมกันสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ก่อนจะขออนุมัติศาลออกหมายจับ และติดตามจับกุมตัวไว้ได้ภายหลังผู้ต้องหาได้หลบหนีมาอาศัยอยู่ที่ไนท์สวีทคอนโดมิเนียม

13689431_10209482497237702_424953367_n

นายภาคินรับสารภาพว่าใฝ่ฝันอยากเป็นทหารมาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่มีโอกาส จึงไปหาซื้อเครื่องแบบทหารมาสวมใส่ ส่วนสาเหตุที่ไม่ได้เลือกเป็นตำรวจ เป็นเพราะตำรวจมีความใกล้ชิดประชาชนเกรงจะถูกจับได้ง่าย จึงใช้ความเป็นทหารแอบอ้างตัวให้หญิงสาวที่ตนชอบพอ รวมถึงครอบครัวของฝ่ายหญิงหลงเชื่อว่าตนเป็นทหารจริง โดยในส่วนของ น.ส.ก้อย ได้คบหากันมาตั้งแต่ปี 2554 กระทั่งได้แต่งงานกันเมื่อปี 2556 ในระหว่างที่อยู่กินกันนั้นตนก็ยังคบหากับหญิงสาวอีก 3 คน โดยใช้วิธีแอบอ้างตัวเป็นนายทหารเช่นเดียวกัน และทุกครั้งที่ออกจากบ้านก็จะแต่งเครื่องแบบทหารทุกวัน แต่เมื่อขับรถออกมาแล้วก็จะไปแวะเปลี่ยนเสื้อผ้าตามปั๊มน้ำมัน ต่อมาตนคิดจะทำธุรกิจซื้อขายรถยนต์จึงเอ่ยปากขอหยิบยืมเงินจากพ่อตาแม่ยายมาเป็นทุนใช้สำหรับซื้อรถยนต์ ก่อนจะนำไปขายต่อ โดยเงินทุนจะคืนให้พ่อตา ส่วนกำไรจะนำมาแบ่งกับ น.ส.ก้อย แฟนสาวคนละครึ่ง โดยในส่วนของตนจะนำไปเลี้ยงดูหญิงสาวที่ได้คบหาอยู่ในเวลาเดียวกัน 3 คน กระทั่งถูกจับได้ว่าไม่ได้เป็นทหารจริง ที่ผ่านมายอมรับว่าเคยเปลี่ยนชื่อและนามสกุลมาหลายครั้ง รวมถึงได้อ้างว่าเป็นบุตรบุญธรรมของ พล.อ.ทรงกิตติ จักรกาบาตร์ อดีต ผบ.สส. อีกด้วย ซึ่งตนรู้สึกสำนึกผิดและอยากจะขอโทษหญิงสาวทุกคนที่ถูกหลอก โดยเฉพาะ น.ส.ก้อย อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้คิดจะถอนตัวจากการหลอกลวงหลายครั้งแต่ไม่ทราบจะทำเช่นไร เมื่อถูกจับกุมแล้วก็คิดว่าน่าจะดีที่ตนจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ จะได้ไม่ไปหลอกลวงใครอีก

Advertisement

เบื้องต้นชุดจับกุมได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์แก้ว จ.นครปฐม รับไว้ดำเนินคดีต่อไป