‘สราวุธ’ ออกหนังสือระบุเเนวทางส่งเอกสารคดีคู่ความ ช่วงโควิด-19 หลังหารือ ปณท.เเก้ปัญหาคนไม่กล้าสัมผัสเซ็นรับเอกสาร

13.04.20 | 10:37 น.

“สราวุธ”ออกหนังสือระบุเเนวทางส่งเอกสารคดีคู่ความ ช่วงโควิด-19 หลังหารือ ปณท.เเก้ปัญหาคนไม่กล้าสัมผัสเซ็นรับเอกสารกลัวติดไวรัส เผยสถิติคนเข้าใช้ระบบซีออสยื่น-ส่งข้อมูลคดีเเล้วกว่า1.6เเสนครั้งใช้มากสุดศาลเเขวงเชียงใหม่

เมื่อเวลา 13 เมษายน นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ได้ออกหนังสือด่วนที่สุดถึงหัวหน้าหน่วยงานในศาลยุติธรรม เรื่องแนวทางการนำจ่ายคำคู่ความหรือเอกสารทางคดีศาลในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส โควิด-19โดยอ้างถึงหนังสือบริษัทไปรษณีย์ไทย (ปณท.)จำกัดลงวันที่ 26 มี.ค.ที่ได้หารือแนวทางการนำจ่ายคำคู่ความหรือเอกสารทางคดีศาลในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส โควิด-19โดยแจ้งว่าปัจจุบันมีผู้รับสิ่งของทางไปรษณีย์บางรายไม่ประสงค์ลงนามรับสิ่งของในบัญชีนำจ่ายเพราะไม่ต้องการสัมผัสกับปากกาหรืออุปกรณ์ ทำให้บันทึกผลการนำจ่ายไม่ครบถ้วนตามวิธีปฏิบัติที่กำหนด บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดจึงได้มีบันทึกวิธีปฏิบัติกรณีผู้รับไม่ประสงค์ลงนามรับสิ่งของในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัส โดยกำหนดให้เจ้าหน้าที่นำจ่ายเป็นผู้บันทึกชื่อ-นามสกุลและความสัมพันธ์แทนผู้รับจึงขอหารือว่ากรณีนำจ่ายคำคู่ความหรือเอกสารทางคดีศาลให้กับผู้รับแต่ผู้รับหรือผู้รับแทนไม่ยินยอมที่จะลงนามรับในบัญชีนำจ่ายจะให้ดำเนินการในทำนองเดียวกันได้หรือไม่ หรือจะให้ยึดถือแนวทางปฏิบัติเดิมให้เจ้าหน้าที่นำจ่ายรับคำคู่ความหรือเอกสารทางคดีคืนโดยทำการหมายเหตุว่าผู้รับผู้รับแทนไม่ยินยอมรับแล้วส่งคืนไปยังต้นทางหรือแนวทางอื่นๆตามที่สำนักงานศาลยุติธรรมเห็นสมควรนั้น


เรื่องนี้ทางสำนักงานศาลยุติธรรมพิจารณาแล้วเห็นว่าการส่งคำคู่ความหรือเอกสารตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 73ทวิศาลอาจสั่งให้ส่งโดยวิธีลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับหรือโดยทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษในประเทศโดยให้ถือว่าคำคู่ความหรือเอกสารที่ส่งโดยเจ้าพนักงานไปรษณีย์มีผลเสมือนเจ้าพนักงานศาลเป็นผู้ส่งโดยให้นำมาตรา 76มาใช้และตามมาตรา 76ได้บัญญัติว่าเมื่อเจ้าพนักงานศาลไม่พบคู่ความหรือบุคคลที่จะส่งคำคู่ความหรือเอกสาร ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของบุคคลนั้น ๆ ถ้าได้ส่งคำคู่ความหรือเอกสารให้แก่บุคคลใด ๆ ที่มีอายุเกินยี่สิบปีซึ่งอยู่หรือทำงานในบ้านเรือนหรือที่สำนักทำการงานที่ปรากฏว่าเป็นของคู่ความหรือบุคคลนั้นหรือได้ส่งคำคู่ความหรือเอกสารนั้นตามข้อความในคำสั่งของศาลให้ถือว่าเป็นการเพียงพอที่จะฟังว่าได้มีการส่งคำคู่ความหรือเอกสารถูกต้องตามกฎหมายแล้วในปัจจุบันได้เกิดการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019ที่มีการระบาดใหญ่ ไปทั่วโลกเมื่อพิจารณาตามข้อมูลสำหรับการป้องกันตนเองจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันที่ 28 ม.ค.63 ข้อ 1.1ไวรัสโคโรนาเป็นกลุ่มของเชื้อไวรัสที่สามารถก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจในคน และข้อ 2.1ไวรัสสามารถแพร่กระจายจากคนไปสู่คนได้ผ่านทางการไอ จาม สัมผัสน้ำมูก น้ำลาย จึงต้องใช้ความระมัดระวังไม่ให้ผู้ป่วยที่มีอาการทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ไปสัมผัสใกล้ชิดหรือใช้สิ่งของร่วมกันกับผู้อื่นเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อ

ดังนั้นในการนำจ่ายคำคู่ความหรือเอกสารทางคดีศาลในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสให้กับผู้รับ แต่ผู้รับหรือผู้รับแทนไม่ยินยอมลงนามในบัญชีนจ่ายหรือ นำจ่ายจึงให้ปณท.ดำเนินการตามวิธีปฏิบัติกรณีผู้รับไม่ประสงค์ลงนามรับสิ่งของในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัส โดยเมื่อเจ้าหน้าที่นำจ่ายสิ่งของให้กับผู้รับและถ้าผู้รับไม่ยินยอมลงนามรับสิ่งของให้เจ้าหน้าที่ผู้ทำหน้าที่เป็นผู้บันทึกรายละเอียดในบัญชีนำจ่ายแทนผู้รับโดยสอบถามและบันทึกชื่อ-นามสกุลผู้รับพร้อมความเกี่ยวพันบันทึกหมายเหตุ“ ไม่ลงนาม” และบันทึกผลการนำจ่ายและเมื่อดำเนินการแล้วให้ ปณท.ส่งใบตอบรับการส่งคำคู่ความกลับมายังหน่วยงานที่ฝากส่งเพื่อเป็นหลักฐานการนำส่งคำคู่ความต่อไป

นอกจากนี้นายสราวุธ ยังได้เปิดเผยก็ได้ถึงการติดตามผลงานประเมิณเเละสรุปสถิติการใช้งานระบบ ซีออส(Cios)ตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค.จนถึงวันที่ 13เม.ย. 63 เวลา 6.30 น. ดังนี้พบว่ามีจำนวนผู้ลงทะเบียนเข้าใช้งานระบบ จำนวนทั้งหมด 19,542 คน เข้าใช้งานรวม 161,134 ครั้ง แบ่งเป็นทนายความ จำนวน 14,438 คน เข้าใช้งานทั้งหมด 143,628 ครั้ง คู่ความ จำนวน 5,104 คน เข้าใช้งานทั้งหมด 17,506 ครั้ง รวมจำนวนคดีที่ทนาย/คู่ความร้องขอเพื่อติดตามข้อมูลคดี จำนวน 63,711 คดี

Advertisement

สำหรับศาลที่มีคำขอติดตามคดีผ่านระบบ สูงสุด 3 ศาล ได้แก่ 1.ศาลแขวงเชียงใหม่ 3,916 คดี 2.ศาลแขวงสระบุรี 3,053 คดี 3.ศาลจังหวัดกาญจนบุรี 2,863 คดี

โดยเเบ่งเป็นขอยื่นส่งและรับคำคู่ความและเอกสารทาง cios จำนวน 2,945 เรื่อง
จำนวนคดีทั้งหมด 2,393 คดี
ยื่นขอคัดถ่ายจำนวน 12,082 คดียื่น 21,128 ครั้ง
มีที่รับเอกสารด้วยตัวเองที่ศาล 2,882 ครั้ง รับเอกสารผ่านไปรษณีย์ 3,887 ครั้งรับเอกสารในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ 14,357 ครั้ง

ยื่นขอรับรองคดีถึงที่สุด จำนวนคดีที่ขอออกหนังสือ 2,083 คดี จำนวนครั้งที่ขอให้จัดส่งไปรษณีย์ 841 ครั้ง จำนวนครั้งที่มารับเอง 1,363 ครั้ง การแจ้งการอ่านคำพิพากษาจำนวนคดีทั้งหมด 14,519 คดี เเบ่งเป็น รอรับสำนวน 3,121 คดี รอการอ่าน 5,427 คดี อ่านคำพิพากษาแล้ว 5,971 คดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมานายสราวุธ ได้ออกประกาศด่วนสำนักงานศาลยุติธรรมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการเเละเงื่อนไขในการยื่นส่งและรับคำคู่ความ และเอกสารทางระบบบริการข้อมูลคดีศาลยุติธรรม CIOS(ระบบซีออส) เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)ซึ่งระบบซีออส จะเป็นการช่วยลดประชาชนที่จะมารวมกันในสถานที่แห่งใดแห่งหนึ่ง อันเป็นการป้องกันและลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรค และเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่คู่ความโดยไม่ต้องเดินทางมาศาลทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายสอดคล้องกับพันธกิจศาลยุติธรรมในการอำนวยความยุติธรรมให้มีมาตรฐานสากลตามแผนยุทธศาสตร์ศาลยุติธรรม พ.ศ.2561-64

ทั้งนี้การใช้งานระบบ ซีออส สามารถดาวน์โหลดคู่มือและคลิปวิดีโอแนะนำการใช้งานระบบได้ที่ https://cios.coj.go.th/
หรือดาวน์โหลด COJ App ซึ่งเป็นอีกช่องทางในการอำนวยความยุติธรรมอีกหนึ่งช่องทาง
iOS : https://appstore.coj.go.th/cojapp/ios
Android : https://appstore.coj.go.th/cojapp/android