ที่กองบังคับการปราบปราม ผู้สื่อข่าวรายงานผลการสอบปากคำนายปิติ ตั้งวิริยะกุล พ่อบุญธรรมของนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ และเป็นสามีของนางฉวีวรรณ ตั้งวิริยะกุล เจ้าของที่ดินใน จ.อุดรธานี ว่า ภายหลังการสอบปากคำนานกว่า 6 ชั่วโมง นายปิติยังคงให้การวกวน อาจจะเพราะด้วยอายุที่ค่อนข้างมาก ประกอบกับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดตั้งแต่เดือนธันวาคม 2546 ผ่านมากว่า 13 ปีแล้ว ซึ่งในส่วนของรายละเอียดเบื้องต้นนั้นนายปิติรับว่ารู้จักกับนางไก่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แต่เมื่อใด จำไม่ได้ จากนั้นก็ได้พูดคุยกันถูกคอและติดต่อกันเรื่อยมา กระทั่งนับถือเป็นพ่อ-ลูกกัน ก่อนที่เมื่อปี 2546 นายปิติได้พานางไก่ไปเจอนางฉวีวรรณ ตั้งวิริยะกุล อดีตภรรยาที่เลิกรากันไปนานแล้ว หลังจากนั้นนางฉวีวรรณก็โอนที่ดิน มูลค่ากว่า 8 ล้านให้กับนายปิติ
“ก่อนที่ต่อมาวันที่ 2 ธันวาคม 2546 นางฉวีวรรณจะเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับ ที่ จ.สกลนคร หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน ตนจึงให้นางไก่เป็นผู้ดำเนินการนำที่ดินที่รับโอนมาจากนางฉวีวรรณไปขายต่อในราคา 8 ล้าน ให้กับเจ้าของที่ดินคนปัจจุบัน ซึ่งในส่วนของขั้นตอนการติดต่อ การโอน และได้เงินนั้น นางไก่เป็นผู้ดำเนินการเอง โดยเงินที่ได้จากการขายที่นางไก่ไม่ได้มอบให้นายปิติแม้แต่บาทเดียว ซึ่งในประเด็นดังกล่าวนั้นทำให้ชุดสืบสวนมีความสงสัย จึงจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป อย่างไรก็ตาม ในส่วนของความสัมพันธ์ระหว่างนายปิติกับนางฉวีวรรณพบว่าไม่มีลูกด้วยกัน แต่เศรษฐินีได้นำลูกสาวของน้องชายซึ่งเป็นครูมาเป็นลูกบุญธรรม” นายปิติให้การ
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ก่อนหน้านี้ตำรวจได้สอบปากคำน้องสาวของนางฉวีวรรณ รวมถึงหมออุดมไปแล้ว และอยู่ระหว่างติดต่อขอสอบปากคำเจ้าของที่ดินรายล่าสุดที่รับซื้อที่ดินดังกล่าวไปจากนางไก่ ซึ่งขณะนี้เจ้าของที่ดินรายดังกล่าวยังไม่พร้อมให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน เนื่องจากอ้างว่าขอหารือทนายความก่อน ทั้งนี้ ชุดสืบสวนได้นำตัวนายปิติไปค้นบ้านนายปิติ ที่บ้านเลขที่ 32 ซอยบรมราชชนนี 70 ถนนบรมราชชนนี แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา เพื่อหาหลักฐานที่เชื่อมโยงทางคดีต่อไป

