เมื่อวันที่ 15 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีน.ส.สวย (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี โทรมาร้องทุกข์มูลนิธิปวีณาฯ แจ้งว่า ตนเองมีลูกสาววัย 3 ขวบ 1 คน ที่เกิดจากสามีเก่า ปัจจุบันตนมาอยู่กินกับนายแมน (นามสมมุติ) ชาวจ.เชียงราย ในบ้านพักของนายแมนที่อ.แม่สรวย อยู่กันมาร่วม 1 ปี และตนก็กำลังตั้งท้องลูกของนายแมนได้ 6 เดือน แรกๆ นายแมนก็เป็นคนดีดูแลตัวเองกับลูกสาวดีทุกอย่าง ต่อมานายแมนเริ่มมีพฤติกรรมเสพยาเสพติด มักมีอารมณ์ฉุนเฉียวหาเรื่องทะเลาะไม่เว้นแต่ละวัน แถมยังทุบตีทำร้ายตนเป็นประจำ ทั้งเตะ ถีบ กระทืบ ทำร้ายจิตใจจนตนทนไม่ไหวแล้ว อยู่ต่อไปตนกับลูกอาจจะตายก็ได้ อยากจะพาลูกกลับไปบ้านเกิดของตัวเองที่จ.นครปฐม ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือด้วย
โดยนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พ.ต.อ.จิตรกร ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผกก.สภ.แม่สรวย จ.เชียงราย ขอให้เข้าช่วยเหลือน.ส.สวย

ล่าสุด พ.ต.อ.จิตรกร พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แม่สรวย ได้เดินทางไปที่บ้านของนายแมนและช่วยเหลือน.ส.สวยกับลูกสาวออกมาได้ปลอดภัย โดย พ.ต.อ.จิตรกร ได้โทรศัพท์แจ้งมายังนางปวีณา พร้อมกับให้น.ส.สวยได้พูดคุยกับนางปวีณา ซึ่งน.ส.สวยร้องไห้ด้วยความดีใจและกล่าวขอบคุณนางปวีณาที่แจ้งตำรวจให้เข้ามาช่วยได้รวดเร็ว
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แม่สรวย ได้นำตัวนายแมนไปสอบสวนและตรวจปัสสาวะปรากฎพบมีสารเสพติดอยู่ในร่างกาย จึงแจ้งข้อหาดำเนินคดี ทำร้ายร่างกาย และเสพยาเสพติด สอบสวนนายแมนให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
จากนั้น นางปวีณา ได้ประสาน น.ส.รัชนี ตรัยตรึงศ์โกศล พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงราย ส่งเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมฯ มารับนางสาวสวยและลูกสาวไปอยู่ในความดูแลชั่วคราวก่อนจะส่งกลับจ.นครปฐม เนื่องจากเป็นช่วงที่มีพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งนี้ทางมูลนิธิปวีณาฯ จะร่วมกับพัฒนาสังคมฯ เชียงราย และพัฒนาสังคมจ.นครปฐม ทำงานบูรณาการร่วมกันเพื่อติดตามช่วยเหลือฟื้นฟูสภาพจิตใจนางสาวสวยกับลูกสาวให้กลับมาดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข และเยี่ยมครอบครัวดูความพร้อมศักยภาพว่าสามารถเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวได้หรือไม่ รวมเรื่องค่าครองชีพที่จะต้องมีความพร้อมในการเลี้ยงดูลูก ซึ่งมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามและให้ความช่วยเหลือต่อไป
ต่อมาเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมฯ เชียงราย ได้ช่วยเหลือพาน.ส.สวยไปตรวจร่างกายร่องรอยบาดแผลถูกทำร้ายที่โรงพยาบาล เพื่อประกอบสำนวนในการดำเนินคดีกับนายแมน และพานางสาวสวยไปจดทะเบียนหย่ากับนายแมนที่อำเภอตามที่นางสาวสวยร้องขอ ก่อนจะรับตัวเข้าอยู่ในความดูแลของศูนย์เรียนรู้เพื่อพัฒนาสตรีและครอบครัว ทั้งนี้การช่วยเหลือในการส่งกลับภูมิลำเนานั้น เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถดำเนินการการได้ เนื่องจากโดยสารตามเส้นทางหยุดวิ่งในช่วงโควิด-19 อาจต้องรอสถานการณ์ดีขึ้นถึงจะดำเนินการส่งกลับได้

