เมื่อเวลา 13.20 น.วันที่ 16 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมราชทัณฑ์ ออกแถลงการณ์ ผ่านแอพลิเคชั่นไลน์ ผู้สื่อข่าวประจำกระทรวงยุติธรรม กรณีเกิดเหตุผู้ต้องขังก่อจลาจลในเรือนจำกลางปัตตานี เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
เนื้อหาระบุว่า กรณีการก่อจลาจลในเรือนจำกลางปัตตานี เมื่อวันที่ 15 ก.ค.59 เวลาประมาณ 16.30 น. กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ขอชี้แจงรายละเอียดข้อเท็จจริง ดังนี้ สาเหตุเกิดจาก การเข้มงวดกวดขัน ในการตรวจค้นโทรศัพท์มือถือและยาเสพติดในเรือนจำ รวมถึงการจัดระเบียบเรือนจำ เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยและง่ายต่อการตรวจค้น จนเป็นเหตุให้ผู้ต้องขัง 2 ราย ไม่พอใจผู้บัญชาการเรือนจำกลางปัตตานี จึงได้ขออนุญาตย้ายผู้ต้องขังดังกล่าวเป็นกรณีเร่งด่วน ซึ่งทำให้ผู้ต้องขังทั้ง 2 ราย ที่เป็นแกนนำในการก่อการจลาจลในครั้งนี้ รวบรวมผู้ต้องขังคนอื่น ๆ รวม 200 รายก่อการจลาจล ในเวลาประมาณ 16.02 น. และเหตุการณ์ได้ลุกลามจนกระทั่งเจ้าหน้าที่ของรัฐได้สนธิกำลังเข้าควบคุมพื้นที่ได้ในที่สุด
กรมราชทัณฑ์ ขอเรียนชี้แจงว่า ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดและเร่งด่วน เพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุดในกรณีนี้โดยได้จัดตั้งหน่วยบัญชาการ ทั้งในส่วนกลางกรมราชทัณฑ์ เพื่อรับรายงาน ประเมินสถานการณ์และสั่งการแก้ไขปัญหา ไปยังหน่วยบัญชาการในพื้นที่นอกจากนี้ ยังได้ประสานหน่วยงานอื่นๆ ในพื้นที่ ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด ทหาร ตำรวจ และพนักงานดับเพลิง รวมถึงเรือนจำกลางประธานเขต เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาและป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากนั้นได้ทำการเจรจาต่อรองกับผู้ก่อการจลาจล ซึ่งขณะนั้นได้ก่อความรุนแรง โดยเผาอาคารที่ทำการฝ่ายควบคุม ทำร้ายเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ และผู้ต้องขังอื่น รวมถึงได้ยื่นข้อเสนอ 11 ข้อ โดยผู้บัญชาการเหตุการณ์ ยังไม่อนุญาตให้มีการใช้กำลัง แต่ให้แยกผู้ต้องขังที่ไม่มีความเกี่ยวข้องออกมาจากกลุ่มที่ก่อการจลาจล เมื่อการเจรจาไม่ประสบผล จนกระทั่งเวลาประมาณ 21.20 น. ผู้ต้องขังกลุ่มดังกล่าว ได้ร่วมกันเผาประตูเรือนจำ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการแหกห้องขังหลบหนีออกนอกเรือนจำ เมื่อได้รายงานสถานการณ์ดังกล่าวให้แก่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงแล้ว จึงได้มีการมอบพื้นที่ให้แก่ทหารและตำรวจในพื้นที่ดำเนินการ ใช้กำลังในการควบคุมสถานการณ์ได้ ในเวลา 23.00 น.
“เนื่องจากผู้ต้องขังกลุ่มที่ก่อการจลาจลไม่ยอมรับข้อเสนอต่างๆ แม้ว่าเรือนจำจะยอมทำตามข้อเรียกร้องของผู้ต้องขังกลุ่มดังกล่าวแล้วก็ตาม หากแต่ยังคงกระทำการรุนแรง โดยการเผาสถานที่ราชการเพิ่ม จนเป็นเหตุให้ต้องใช้กำลังในการควบคุมสถานการณ์ ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎระเบียบ ข้อบังคับที่กำหนดไว้ และยังได้คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นให้น้อยที่สุดต่อผู้ต้องขังส่วนใหญ่และประโยชน์ของทำงราชการ ทั้งนี้ เรือนจำกลางปัตตานี ได้ทำการย้ายกลุ่มผู้ต้องขังที่ก่อการจลาจลไปยังเรือนจำต่าง ๆ โดยจะมีกำรจัดตั้งศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารสำหรับญาติผู้ต้องขัง ซึ่งหากต้องการรับทราบข้อมูลของลูกหลานในกรณีดังกล่าว สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เรือนจำกลางปัตตานี เบอร์ 0-7341-4254 หรือศูนย์ดำรงธรรมในพื้นที่ ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนทั่วไป ผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงญาติของผู้ต้องขังทุกฝ่าย จะเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และหากมีข้อสงสัยประการใด กรมราชทัณฑ์ยินดีให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง” กรมราชทัณฑ์แจง
ขณะที่แถลงการณ์ยังสรุปความเสียหาย ว่า เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ บาดเจ็บ จำนวน 3 นาย ผู้ต้องขังได้รับบาดเจ็บ จำนวน 7 ราย นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลปัตตานี จำนวน 1 คน ผู้ต้องขังเสียชีวิต 3 ราย อาคารที่ทำการฝ่ายควบคุม อาคารอเนกประสงค์ อาคารฝ่ายการศึกษา รวมจำนวน 3 หลัง

