จากกรณี พ.ต.อ.ธีรุตม์เทวัญ มังคละวัชร์ อายุ 50 ปี รอง ผบก.ตำรวจสากล ซึ่งเป็นผู้ช่วยทูตตำรวจประจำประเทศเมียนมา เสียชีวิตด้วยการผูกคอตายในห้องพักแฟลตตำรวจป่าไม้ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่ผ่านมา
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 เมษายน กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เกิดเหตุซ้ำอีกครั้ง เพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติม หลังมีรายงานข่าว ผลชันสูตรจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ พบว่า มีเลือดคั่งในสมองมาก รวมทั้งมีรอยถูกของแข็งกระแทกด้านข้างหูขวา และยังพบว่าที่คอมีรอยครูด ที่ไม่เกิดจากการผูกคอตาย
พล.ต.ต.วิสูตร นาคจู ผบก.กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการตรวจสอบที่เกิดเหตุซ้ำเพิ่มเติม หลังมีการตรวจไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่ยังมีประเด็นสงสัย เช่น ลายมือในจดหมายที่เป็นตัวบรรจง ซึ่งแตกต่างจากลายแบบปกติของผู้ตายที่มีลักษณะเขียนเป็นลายมือหวัด โดยพนักงานสอบสอบต้องไปหาลายมือเก่ามาเปรียบเทียบว่าตรงกันหรือไม่ นอกจากจากนี้ต้องรอตรวจสอบลายนิ้วมือแฝง ส่วนดีเอ็นเอ ยังไม่พบมีบุคคลอื่น ทั้งนี้จะมีการตรวจสอบเพิ่มเติม เช่น ลักษณะท่าทางการเสียชีวิต ตำแหน่ง ขาเหยียด ขาลอย ซึ่งขณะพบศพร่างตกลงมาที่พื้นที่ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับรายงานผลชันสูตรก่อนหน้านี้ว่ามีเลือดคั่งในสมอง ต้องรอการยืนยันอีกครั้ง ซึ่งทุกอย่างต้องใช้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันจึงจะสามารถสรุปได้

ด้าน พล.ต.ท.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร.(ผู้เชี่ยวชาญด้านพิสูจน์หลักฐาน) เปิดเผยว่า การตรวจสอบในวันนี้ คณะทำงานมุ่งเน้นการหาคำตอบเกี่ยวกับข้อสันนิษฐานที่ตั้งไว้ในเรื่องท่าทางของผู้เสียชีวิต ซึ่งการลงพื้นที่วันนี้ ทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ส่วนแนวทางในการทำงาน ขณะนี้ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งการถูกฆาตกรรมและการฆ่าตัวตาย
สำหรับจุดที่ผู้เสียชีวิตใช้ในการผูกคอมีความสูงประมาณ 1.80 เมตร ซึ่งผู้ตายสามารถเอื้อมมือไปผูกเองได้ ส่วนท่าทางการเสียชีวิต ยังไม่พบข้อผิดสังเกต แต่ต้องรอผลยืนยันจากทางแพทย์อีกครั้ง รวมถึงภายในห้องยังไม่พบว่ามีสิ่งใดเข้าข่ายเป็นอาวุธที่อาจจะถูกนำมาใช้ทำร้ายร่างกายผู้ตายได้
ส่วนการทำงานขณะนี้ยังคงรอผลการหาข้อพิสูจน์สองส่วนคือผลการเทียบลายมือของผู้ตายที่พบอยู่ในจดหมายลาตายกับเอกสารเก่าที่ผู้ตายเคยเขียนเอาไว้ เพื่อยืนยันว่าผู้ตายเป็นคนเขียนเอง กับประเด็นที่สองคือการตรวจหาดีเอ็นเอของบุคคลอื่น ซึ่งขณะนี้ยังคงรอผลการตรวจพิสูจน์อยู่ ขณะที่การตรวจสอบดีเอ็นเอยอมรับว่ามีของบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับผู้ตายแต่ต้องหาความเป็นไปได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับหลักฐานที่พบหรือไม่อย่างไร

