อดฉลอง‘วาเลนไทน์’แบบหนาวๆ‘วาฟ’ชี้ หลัง 8 ก.พ.อุ่นทั่วหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานจากแบบจำลองสภาพอากาศ(วาฟ) ช่วงวันที่1-3 กุมภาพันธ์ พบว่า ความกดอากาศสูงจากประเทศจีนระลอกใหม่ได้เริ่มปกคลุมประเทศไทยตอนบนอีกครั้ง ท้าให้ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและลมตะวันออกที่พัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยจะกลับมามีก้าลังแรงขึ น ส่งผลให้ภาคใต้มีเพิ่มขึ้น ประกอบกับลมใต้ยังคงพัดปกคลุม ภาคตะวันออกและภาคกลางตอนล่าง ในช่วงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้ภาคตะวันออกและภาคกลางตอนล่าง มีฝนตกได้ในบางแห่ง และ ช่วงวันที่ 4-7 กุมภาพันธ์ ความกดอากาศสูงจากประเทศจีนอีกระลอกจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ท้าให้ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและลมตะวันออกที่พัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยจะทวีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องโดยเฉพาะภาคใต้ตอนล่าง

ผู้สื่อข่าวรายงานปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 33 เขื่อน ทั่วประเทศ มีอยู่ทั้งหมด 14,592 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 54% จากความจุรวมทั้งหมด 70,370 ล้านลูกบาศก์เมตร ในขณะที่เขื่อนขนาดใหญ่ ที่ต้องจ่ายน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา คือ เขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำที่ใช้ได้จริง 975 ล้านลูกบาศก์เมตร ระบายออกใช้วันละ 4.84 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำที่ใช้การได้จริง 1,693 ล้านลูกบาศก์เมตร ระบายออกมาใช้วันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยรวมปริมาณน้ำในเขื่อนหลักสำหรับใช้ในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา มีทั้งหมด 3,434 ล้านลูกบาศก์เมตร

โดยเวลานี้คาดการณ์ว่า จะเหลือเวลาอีก 141 วันถึงจะเข้าสู่ฤดูฝนอีกครั้ง ซึ่งกรมชลประทานมีแผนการใช้น้ำ ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2558- 30 มิถุนายน 2559 จำนวน 3,500 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยใช้มาแล้ว 1,476 ล้านลูกบาศก์เมตร เหลือปริมาณน้ำอยู่ประมาณ 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตร นั่นคือ มีน้ำเกินอยู่ประมาณ 1,434 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำดังกล่าว เพียงพอสำหรับใช้อุปโภค บริโภคเท่านั้น ไม่พอสำหรับการเกษตรที่ต้องใช้น้ำปริมาณมาก นอกจากนี้ ยังต้องเตรียมการสำหรับรับสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงอีกด้วย โดยคาดการณ์ว่า ตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไปต้องเตรียมน้ำไว้อีกจำนวนหนึ่งเพื่อไล่น้ำเค็มด้วย

แหล่งข่าว จากสสนก.กล่าวว่า สำหรับเรื่องสภาพอากาศนั้น ความกดอากาศต่ำจากประเทศจีนได้แผ่ลงมายังประเทศไทยอีกระลอก โดยในวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ ทำให้อุณหภูมิหลายพื้นที่ลดลงเล็กน้อย แต่ในช่วงวันที่ 6-8 กุมภาพันธ์ อิทธิพลของความกดอากาศต่ำ จะทำให้พื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอุณหภูมิลดลงมาอีก เฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 10-15 องศาเซลเซียส ส่วนกรุงเทพมหานคร อากาศจะเย็นสบายต่อเนื่อง อีกประมาณ 3 วัน เช่นกัน โดยอุณหภูมิตั้งแต่หัวค่ำถึงเช้า จะอยู่ที่ 20-25 องศาเซลเซียส โดยหลังจากนั้นยังไม่มีสัญญาณใดๆว่าจะหนาวอีก

บทความก่อนหน้านี้‘ธรรมศาสตร์-จุฬาฯ’ต่างโวคว้าชัยบอลประเพณีหน71ที่สนามศุภฯ13ก.พ.นี้
บทความถัดไปลุ้นตอกเสาเข็มบ้านคนจนปีนี้