อภ.แจง ยังต้องการ ‘หน้ากากอนามัย/N95 – ชุดPPE’ เพิ่ม เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าเสนอราคา

18.04.20 | 16:15 น.

 อภ.แจง ยังต้องการ ‘หน้ากากอนามัย/N95 – ชุดPPE’  เพิ่ม เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าเสนอราคา

ต้องการหน้ากากอนามัย-ชุด PPE เพิ่ม เมื่อวันที่ 18 เมษายน ที่ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวถึงความคืบหน้าของเวชภัณฑ์ยา และอุปกรณ์ป้องกันที่ใช้ในการรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19

นพ.วิฑูรย์กล่าวว่า ทาง อภ.มีหน้าที่จัดหาและกระจายทรัพยากรที่จำเป็นในการใช้ป้องกันโรคโควิด-19 เพื่อบุคลากรทางการแพทย์ ในเรื่องของหน้ากากอนามัยชนิดทางการแพทย์ (Surgical Mask) มีจำนวนสำรองที่คงคลัง ณ หน่วยบริการ ประมาณ 11,077,257 ชิ้น ซึ่งอัตราการใช้อยู่ที่ 404,342 ชิ้น/วัน โดยในจำนวนนี้จะสามารถมีสำรองใช้ไปได้ถึง 27 วัน โดยทาง อภ.จะจัดสรรออกไปวันละ 700,000 ชิ้น ให้กับ โรงพยาบาล (รพ.) ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข รพ.ในสังกัดกรม โรงเรียนแพทย์ รพ.ในสังกัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) และ รพ.เอกชน และในส่วนของการกระจายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ในช่วง 2-15 เมษายน จะพบว่ามีการรับเข้าประมาณ 21,497,500 ชิ้น เฉลี่ย 1.5 ล้านชิ้น/วัน ได้จัดส่งทางบริษัทไปรษณีย์ไทยไปแล้ว 18,390,100 ชิ้น เฉลี่ย 1.3 ล้านชิ้น/วัน

นพ.วิฑูรย์กล่าวว่า ส่วนเรื่องของหน้ากาก N95 ที่ทาง สธ. ตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องจัดหาให้ได้ 5 ล้านชิ้นในทุกภาคส่วน ซึ่งพบว่าในช่วงเดือนเมษายน จะจัดสรรหาได้รวมประมาณ 580,000 ชิ้น ที่ได้มาจาก บริษัทสยามโคเค็น จำนวน 240,000 ชิ้น และบริษัท 3M จำนวน 340,000 ชิ้น โดยเฉลี่ยการใช้จะอยู่ที่ 13,900 ชิ้น/วัน ซึ่งใน 1 เดือนมีความต้องการใช้ประมาณ 667,758 ชิ้น ซึ่งยังไม่สามารถจัดหาทรัพยากรให้เพียงพอต่อความต้องการได้ แต่ก็มีความพยายามจากหลายภาคส่วนเข้ามาช่วยกัน เช่น หน้ากากซิลิโคน N99 ที่ผลิตโดยคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ที่ได้พยายามพัฒนาขึ้น ซึ่งสามารถนำมาใช้ได้หลายครั้ง โดยปัจจุบันผลิตบริจาคให้ รพ.ไปแล้วกว่า 3,000 ชิ้น จากเป้าหมาย 5,000 ชิ้น โดยทาง อภ.ได้สนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาหน้ากากซิลิโคน N99

นพ.วิฑูรย์กล่าวว่า ในส่วนของชุดป้องกัน PPE ที่มีความต้องการจัดหาให้ได้ 5 ล้านชุด เพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนของความต้องการหน้ากากอนามัย N95 ซึ่งขณะนี้หาซื้อได้จาก 3 แหล่ง คือ บริษัท Lakeland ประเทศเวียดนาม ในเดือนนี้สามารถซื้อได้ประมาณ 116,250 ชุด บริษัท Sport Import จำนวน 100,000 ชุด และบริษัท DKSH : Surgical Gown จำนวน 100,000 ชุด และในขณะเดียวกันก็ได้มีความพยายามพัฒนาผู้ประกอบการในประเทศ โดยร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมสิ่งทอและสภาอุตสาหกรรมของประเทศไทย ในการผลิต Surgical Gown ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ประมาณ 20 ครั้ง ซึ่งอยู่ในระหว่างการพัฒนาและเร่งมือผลิต รวมทั้งจะมีการพัฒนาชุดป้องกัน PPE ที่เป็นของคนไทยผลิตได้เอง โดยจะต้องนำไปทดสอบที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และจะต้องได้รับการรับรองและขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยสถิติการใช้ 18,411 ชุด/วัน และมีสำรองในคงคลังหน่วยบริการประมาณ 246,504 ชุด และคลัง อภ. จำนวน 86,441 ชุด

นอกจากนี้ นพ.วิฑูรย์กล่าวว่า ขณะนี้ยอดคงคลังของ อภ. โดยไม่รวมในหน่วยบริการอื่น ได้แก่ 1.หน้ากากอนามัยN95 ที่นำเข้ามาเมื่อวันที่ 15 เมษายน เหลืออยู่จำนวน 87,830 ชิ้น 2.Coverall หรือชุดหมีป้องกัน เหลืออยู่จำนวน 11,655 ชุด และ 3.Isolation Gown เหลืออยู่จำนวน 3,266 ชุด

Advertisement

“ในส่วนของยาต้านไวรัสฟาวิพิราเวีย (Favipiravir) ขณะนี้มีการนำเข้ามาแล้ว 187,000 เม็ด และอยู่ในระหว่างการนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นอีกประมาณ 138,060 เม็ด ซึ่งจะทยอยเข้ามาภายในเดือนเมษายนนี้ นอกจากนี้ จะสั่งเพิ่มจากประเทศจีนอีก 200,000 เม็ด ข้อมูลทาง อภ. มีการนำเข้ายาทั้งหมด 187,000 เม็ด โดยที่ผ่านมามีการใช้ยากับผู้ป่วยไปแล้วจำนวน 682 ราย คิดเป็น 54,546 เม็ด คงเหลือในหน่วยบริการ 30,654 เม็ด ดังนั้น ยาที่เหลืออยู่ในคงคลังของ อภ. ขณะนี้เหลืออยู่ประมาณ 94,000 เม็ด เป็นยาที่มาจากประเทศจีน 93,000 เม็ด และจากประเทศญี่ปุ่น 1,000 เม็ด และยังมีความต้องการค่อนข้างเยอะ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ” นพ.วิฑูรย์กล่าว

นพ.วิฑูรย์กล่าวว่า ทาง อภ.จึงมีการประกาศข่าวด่วน ประสงค์จัดหาทรัพยากรและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับส่งกำลังสนับสนุนป้องกันโรคโควิด-19 ดังนี้ 1.หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ชนิด N95 และ 2.อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย PPE และส่วนควบ หากประชาชนหรือผู้ประกอบการรายใดมีความสามารถในการจัดหาได้ จึงขอเชิญชวนให้เข้ามาร่วมเสนอราคาในการจัดหาทรัพยากรเหล่านี้เพื่อนำมาใช้ในบุคลากรทางการแพทย์ ให้มีทรัพยากรที่เหมาะสม มีคุณภาพและเพียงพอในการรับมือโควิด-19 โดยผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอต้องให้ อย.รับรองคุณภาพแล้วเท่านั้น จึงขอเชิญชวนให้ผู้ประกอบการเข้าสู่กระบวนการ 2 วิธี คือ การเฉพาะเจาะจงและการคัดเลือก โดยผ่านคณะกรรมการที่มีความโปร่งใส

“ในการประกาศนี้เพื่อตอกย้ำความโปร่งใส เนื่องจากเป็นรัฐวิสาหกิจคุณธรรม ที่เป็นการทำธุรกิจที่สมเหตุสมผลเพื่อประโยชน์ของสังคม” นพ.วิฑูรย์กล่าว