“บิณฑ์-เอกพันธ์” ลุยแจกเงิน-ไข่ไก่ ให้ชาวชุมชนโรงเจ 2 รัชดา-ท่าพระ

18.04.20 | 16:51 น.

เมื่อวันที่ 18 เมษายน นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ และนายเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ร่วมกันนำเงินสด ไข่ไก่ และอาหารมาทำแจกจ่ายให้ประชาชนภายในชุมชนโรงเจ 2 ซอยรัชดา–ท่าพระ 14 แขวงตลาดพลู เขตธนบุรี กรุงเทพฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้ผลกระทบจากวิกฤตการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

โดยสองพี่น้องดาราพร้อมทีมงานได้ลงพื้นที่เดินเท้าตามชุมชนทุกซอย เมื่อพบเห็นคนชรา เด็ก หรือแม้กระทั่งผู้ป่วยติดเตียงก็จะนำเงิน พร้อมข้าวของที่จำเป็นในการดำรงชีวิตได้


นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ กล่าวว่า หลังมีโรคระบาดโควิด-19 มากว่า 1 เดือน ทำให้ประชาชนที่หาเช้ากินค่ำไม่สามารถไปทำงาน หากับข้าว หารายได้เข้าบ้าน บางคนขอรับเงิน 5,000 บาท แต่ไม่ได้รับสิทธ์บ้างทำให้ตนรู้สึกว่าทุกคนต้องออกมาช่วยกัน พอตนออกมาทำก็มีหลายๆ คนเริ่มออกมาทำบ้าง ไม่ว่าจะเป็นข้างกล่อง หรือเงินจำนวนเท่าไหร่ก็ตาม จุดนี้อย่าไปคิดว่าใครพวกใคร ใครมีมากมีน้อยขอแค่ให้ออกมาช่วยกัน ทั้งนี้ตนได้ออกเงินส่วนตัว 5 ล้านบาท และมีสปอนเซอร์มาสนับสนุนด้วยหลายส่วน อย่างวันนี้เป็นกาแฟเบอร์ดี้สนับสนุนมา 5 แสนบาท เครื่องดื่มคอมมานโดอีก 1 ล้านบาท อย่างหลายๆ ชุมชนที่ตนไปท่าเรือคลองเตย ยมราช บางขุนพรหม มีชาวบ้านที่เขาลำบากน่าสงสารมาก อยู่แต่ในบ้าน ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนกินข้าว สภาพใจกลางกรุงเทพยังมีสภาพยังมีคนแบบนี้อาศัยอยู่ อย่างน้อยเงิน 500 บาท สามารถนำไปซื้อข้าวสาร อาหารแห้ง ช่วยให้เขาอยู่ได้สบายๆ 4-5 วัน

อย่างไรก็ตามตนก็ถือว่าเป็นประชาชนคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน แต่ทุกอย่างถ้าเรามีสติตั้งมั่นทุกสิ่งทุกอย่างมีทางออกได้ ตนและมูลนิธิร่วมกตัญญูขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน ขอเป็นด่านหน้าสร้างขวัญและกำลังใจให้กับประชาชนที่เดือดร้อน และจะไปเยี่ยมเยียนทุกชุมชน ซึ่งเชื่อว่าอีกไม่นานจะต้องมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้น

ด้าน น.ส.วิริยาภร ชำนาญ 44 ปี เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนทำกระเพาะปลาขายตรงบีทีเอสกรุงธนบุรี หลังมีการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ปกติวันเสาร์–อาทิตย์ จะขายที่คลองถมก็ไม่ได้ขาย ทำให้รายได้ลดลง แต่ค่าใช้จ่ายในบ้านมีเยอะทุกเดือน เนื่องจากมีลูกที่ยังเล็กอีก 2 คนที่ต้องเลี้ยงดู ทั้งนี้ตนได้ลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการ “เราไม่ทิ้งกัน” ของรัฐบาล ได้รับเงิน 5,000 บาท แต่ทั้งครอบครัวมีตนคนเดียวที่ได้รับ ก็ยังไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในบ้าส แต่ก็ยังถือว่าได้แบ่งเบาภาระไปส่วนหนึ่ง อย่างไรก็ดี ต้องขอบพระคุณพี่บิณฑ์ และพี่เอกพันธ์ที่นำเงินมาให้ต่อชีวิตครอบครัวเรา เพราะวันหยุดนี้ไม่มีรายได้ แล้วในวันจันทร์นี้ต้องไปซื้อวัตถุดิบเพื่อไปขายของต่ออีกด้วย

Advertisement

จ