หน้าแรก ในประเทศ ปลัดกระทรวงยุ...

ปลัดกระทรวงยุติธรรมลงพื้นที่ ติดตามเหตุก่อจราจลเรือนจำกลางปัตตานี พร้อมเผยมาตรการเข้ม

16.07.16 | 20:28 น.

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 16 ก.ค. นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เดินทางร่วมประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีกลุ่มนักโทษก่อเหตุจราจล พร้อมหามาตรการแก้ไขปัญหาในป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์ลักษณธดังกล่าวเกิดขึ้น โดยเน้นการข่าวเชิงลึกเกี่ยวกับการวางแผนจะก่อจราจล ป้องกันการสูญเสีย โดยมีอธิบดีกรมราชทัณฑ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์และผู้บัญชาการเรือนจำกลางกลางในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมประชุมแนวทางและรับนโยบายการปฏิบัติ โดยยังเน้นย้ำให้มีการเข้มงวดกวดขัด ตามกฏควบคุมดูแลผู้ต้องขังอย่างเคร่งครัด ตามแนวทางนโยบายของกรมราชทัณฑ์

พร้อมขอบคุณหน่วยงานความมั่นคงทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ที่เข้ามาช่วยยุติเหตุจราจลอย่างละมุนละม่อม ไม่ให้เกิดการสูญเสียจากการเข้าปฏิบัติการ อีกทั้งแสดงความเสียใจไปถึงครอบครัวผู้ต้องขังที่บาดเจ็บและเสียชีวิต โดยยืนยันการจราจลในครี้งนี้ไม่มีนักโทษคดีความมั่นคงร่วมก่อเหตุ แต่เป็น 2 นักโทษจากคดียาเสพติด กับคดีลักทรัพย์ ประกอบด้วยนักโทษชายแวอุสมาน แวสาเมาะ และนักโทษชายอัสวี ดอเลาะ เป็นผู้เริ่มปลุกระดมให้มีการจราจลและสั่งการณ์ให้เรือนจำกลางปัตตานี เร่งจัดการซ่อมแซมความเสียหายให้เข้าอยู่ในภาวะปกติและขนย้ายนักโทษกว่า 300 คน ที่ขนย้ายออกในคืนก่อเหตุกลับมายังเรือนจำกลางปัตตานีโดยเร็ว ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาช่วยเหลือญาติผู้ต้องขังเบื้องต้น ให้มีการจัดรถเตรียมขนส่งญาติๆ ไปเยี่ยมนักที่ถูกฝากคุมขังยังเรือนจำต่างๆ ของจังหวัดไกล้เคียง

นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มาจาก 2 ผู้ต้องขังไม่พอใจจากการเข้มงวดเรื่องวินัยของเรื่อนจำ โดยเฉพาะเข้มงวดตรวจเรื่องโทรศัพท์และยาเสพติด ซีงเป็นนโยบายเข้มงวดของกระทรวงยุติธรรมให้เรือนจำทั่วทั้งประเทสจำนวน 143 แห่ง ต้องมีความเข้มงวด จนเกิดความไม่พอใจและชักจูงผู้ต้องขังอื่นๆ ก่อเหตุขึ้นตั้งแต่เวลา 16.00 น.วันที่ 15 ก.ค. โดยทางเรือนจำก็ปฏิบัติตามขั้นตอนตามระเบียบอย่างเป้นขั้นตอน เริ่มด้วยการเจรจา เพราะไม่ต้องให้มีเหตุรุนแรงขึ้น แต่ก้ไม่สำเร็จ เกิดการเผาโรงนอน

จนต้องมีการเจรจาอย่างต่อเนื่องและกลุ่มผู้ต้องขังเริ่มมีการยื่นข้อเสนอให้ย้ายเจ้าหน้าที่ จนมาเริ่มก่อจราจลด้วยการเผาทรัพย์สิน เป็นโรงนอนและอาคารที่ทำการของฝ่ายควบคุมและฝ่ายการศึกษา และได้มีการตั้งศูนย์บัยชาการร่วมของทุกภายเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกันตามแนวทางสัติสิธีและใช้ความละมุลละม่อม แต่ก้ยังมีการก่อความวุ่นวายต่อเรื่อง จนเวลาล่วงเลยไปมากแล้วจนดึกและยังคงมีการเผาทรัพย์สินต่อเนื่อง ทุกฝ่ายจึงมีการหาลือและลงมติว่าจะต้องเข้าควบสถานการณืไม่ให้บานปลายไปมากกว่าที่จะไม่สามารถควบคุมได้ต่อไป และในส่วนกลางก็มีการตั้งศูนย์ติตตามสถานการณ์รับทราบเหตุการณ์อย่างไกล้ชิด จึงเห้นควรมอบพื้นที่ให้กับจังหวัดดำเนินการเข้ายุติการจราจลและทำได้ในเวลารวดเร็ว พร้อมระบายผู้ต้องขังจำนวน 335 ราย ออกไปฝากตามเรือนจำต่างๆ เพื่อให้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ง่ายขึ้น

ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดประกอบด้วย อาคารที่ทำการควบคุม อาคารเอนกประสงค์ อาคารฝ่ายการศึกษา เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ผู้ต้องขังเจ็บ 7 ราย เสียชีวิต 3 ราย ซึ่งขอเรียนในสิ่งจำเป้นที่ทางกรมฯ จะต้องกระทำต่อจากนี้ คือ 1.วินัยผุ้ถูกคุมขังต้องปกิบัติตามกฏระเบียบ ทุกประการอย่างเข้มงวด 2.การปฏิบัติของฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็ต้องปฏิบัติตามกกอย่างเคร่งคลัดเช่นกัน 3.การดำเนินต่อผู้ร่วมกระทำผิดในครั้งนี้ภายใต้การบังคบการใช้กฏหมายอย่างเร่งครัด ส่วนกรณีการก่อจราจลในครั้งนี้ยืนยันว่าผู้ต้องขังคดีความมั่นคงทั้ง 50 ราย ที่อยู่ในเรือนจำแห่งนี้ไม่ได้มีส่วนร่วม โดยเฉพาะข่าวว่านายอันวา ผู้ต้องขังคดีความม่านคงคนสำคัญร่วมลงมือวางแผนนั้น ตามรายงานจากการสอบสวนครั้งนี้พบไม่ได้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ตามที่เป็นข่าว การมีข่าว โดยจากนี้ไปก้จะให้พนักงานสอบสวนเข้ามาดำเนินกรรมวิธีตรวจสอบหาผู้กระทำผิดต่อไป

Advertisement