แล้งนี้ต้องรอด!! ทส.เจาะบาดาล 2,831 บ่อ
จ่ายน้ำสะอาด 8.3 ล้านลิตรแจกฟรีประชาชน
นอกเหนือจากสถานการณ์การแพร่กระจายของไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 แล้ว อีกความทุกข์ยากหนึ่งที่คนไทยต้องเผชิญกันในเวลานี้ก็คือ เรื่องของภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำ ทั้งอุปโภค บริโภค รวมไปถึงน้ำสำหรับทำการเกษตร ที่ต้องใช้หล่อเลี้ยงทั้งพืชและสัตว์
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ที่เป็นตัวหลักการแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้ประชาชน ก็อยู่ระหว่างปฏิบัติงานอย่างหนักเพื่อให้ประชาชนรอดพ้นจากปัญหาภัยแล้ง เช่นเดียวกัน
ตามแผนงานโครงการประจำปีงบประมาณ 2563 กรมทรัพยากรน้ำบาดาล มีแผนงานจะเจาะบ่อน้ำบาดาล ทั้งหมด 2,831 บ่อ เวลานี้ ทำเสร็จไปแล้ว 50% และแจกจ่ายน้ำบาดาลสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชนในพื้นที่ขาดแคลนน้ำไปแล้วกว่า 8.3 ล้านลิตร

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรี ทส. เปิดเผยว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับหน่วยงานราชการเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนให้มีน้ำดื่มน้ำใช้อย่างเพียงพอในช่วงหน้าแล้ง และวอนทุกฝ่ายช่วยกันประหยัดให้มากที่สุดร่วมใจใช้น้ำตามแผนอย่างเคร่งครัด เพื่อมีน้ำอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอ ประกอบกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ประชุมติดตามสถานการณ์อย่างเข้มข้นและสั่งการหน่วยงานเกี่ยวข้องภายใต้กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ระดมกำลังแก้ไขปัญหาภัยแล้ง พร้อมเน้นย้ำว่า แล้งนี้ประชาชนต้องไม่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคเด็ดขาด ดังนั้น จึงสั่งการให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เร่งดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล ทั้งโครงการที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลให้ดำเนินการเจาะบ่อน้ำบาดาลในพื้นที่ทั่วประเทศและการให้ความช่วยเหลือประชาชนในลักษณะของกิจกรรม CSR ซึ่งไม่ได้ใช้งบประมาณในการดำเนินการ

ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์
นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือประชาชนในลักษณะของกิจกรรม CSR ซึ่งไม่ได้ใช้งบประมาณในการดำเนินการนั้น ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการเจาะบ่อน้ำบาดาลให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจำนวน 119 บ่อ เป่าล้างบ่อน้ำบาดาล 286 บ่อ ซ่อมแซมระบบประปาบาดาล 253 แห่ง ซ่อมแซมเครื่องสูบน้ำ 350 แห่ง และแจกจ่ายน้ำบาดาลสะอาดให้แก่ประชาชนในพื้นที่ขาดแคลนน้ำไปแล้ว 8.3 ล้านลิตร แบ่งเป็นน้ำดื่มสะอาด 1.5 ล้านลิตร และน้ำเพื่อการอุปโภค 6.8 ล้านลิตร
”โครงการที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลให้ดำเนินการเจาะบ่อน้ำบาดาลในพื้นที่ทั่วประเทศ ได้แก่ โครงการน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร โครงการน้ำบาดาลระดับลึกเพื่อแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำบาดาลกร่อยเค็ม โครงการเพิ่มน้ำต้นทุนและระบบกระจายน้ำเพื่อสนับสนุนแผนปฏิบัติการฟื้นฟูเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบภัยฝนทิ้งช่วงและอุทกภัย ปี 2562 โครงการเจาะบ่อน้ำบาดาลเสริมให้กับแหล่งน้ำดิบเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง โครงการศึกษาการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชน โครงการศึกษาสำรวจจุดจ่ายน้ำบาดาลเพื่อประชาชนตามถนนสายหลักทั่วประเทศ/โครงการศึกษาการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่ โครงการศึกษาการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลขนาดใหญ่ Riverbank Filtration โครงการศึกษาความเหมาะสมของรูปแบบการส่งน้ำบาดาลระยะไกล เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก โครงการเร่งด่วนเพื่อเก็บกักน้ำในฤดูฝน ปี 2563 เป็นต้น รวมทั้งสิ้น 2,268 แห่ง หรือ 2,831 บ่อ ขณะนี้ดำเนินการเจาะเสร็จสิ้นแล้ว 1,347 บ่อ คิดเป็นร้อยละ 47.58 คงเหลืออีก 1,484 บ่อ คิดเป็นร้อยละ 52.42” อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลกล่าว

นายศักดิ์ดา กล่าวอีกว่า น้ำบาดาลนับเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าและความสำคัญ โดยเฉพาะประเทศไทยมีน้ำบาดาลกักเก็บอยู่ใต้ดินปริมาณมากถึง 1.1 ล้านล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่ที่มีแหล่งน้ำบาดาลกักเก็บมากที่สุด ได้แก่ ภาคกลาง คือ แอ่งเจ้าพระยา (ตอนบนและตอนล่าง) มีปริมาณน้ำสำรอง 412,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ แอ่งอุดรธานี-สกลนคร (แหล่งภูทอกตอนบน) มีปริมาณน้ำสำรอง 13,500 ล้านลูกบาศก์เมตร และแอ่งนครราชสีมา-อุบลราชธานี (แหล่งภูทอกตอนล่าง) มีปริมาณน้ำสำรอง 9,500 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจากปริมาณน้ำบาดาลสำรองดังกล่าว สามารถจะพัฒนาขึ้นมาใช้ประโยชน์ให้กับประชาชนในพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค รูปแบบเดียวกับระบบส่งน้ำบาดาลระยะไกลขนาดใหญ่ที่ได้ดำเนินการมาแล้วที่ จ.จันทบุรี ซึ่งมีปริมาณน้ำต้นทุนไม่น้อยกว่า 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือไม่น้อยกว่า 500,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี สามารถกระจายน้ำให้กับประชาชนในพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำได้อย่างทั่วถึงและเพียงพอ

นอกจากนี้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลยังมีนวัตกรรมใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน โดยก่อสร้างเป็นจุดจ่ายน้ำบาดาลบริการน้ำดื่มน้ำใช้ฟรีแก่ประชาชน เนื่องจากประชาชนไม่ว่าจะอาศัยอยู่ในเมืองหรือต่างจังหวัดก็ตาม แต่ละคนจะมีค่าใช้จ่ายในการซื้อหาน้ำดื่มวันละ 10-20 บาทต่อคน ดังนั้น เมื่อโครงการศึกษาการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชน และโครงการศึกษาสำรวจจุดจ่ายน้ำบาดาลเพื่อประชาชนตามถนนสายหลักทั่วประเทศดำเนินการแล้วเสร็จ จะช่วยให้ประชาชนประหยัดค่าใช้จ่ายการซื้อหาน้ำดื่มมาบริโภคได้ถึงปีละ 4,000-5,000 บาทต่อคน
สำหรับการให้ความช่วยเหลือประชาชนผ่านศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ภัยแล้ง ที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 จนถึงวันที่ 16 เมษายน 2563 มีประชาชนให้ความสนใจและขอรับความช่วยเหลือมาแล้วกว่า 3,786 ราย
ซึ่งประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้งยังสามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ ผ่านระบบโทรศัพท์หมายเลข 0-2666-7000 กด 1 หรือ 09-5949-7000 ตั้งแต่เวลา 08.30-20.30 น. ทุกวันจนกว่าจะสิ้นสุดสถานการณ์ภัยแล้ง หรือแจ้งผ่านระบบขอความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งออนไลน์ทาง htpp://1310.dgr.go.th

