หนุ่มแสบตุ๋นนักธุรกิจ อ้างรู้จักระดับบิ๊กธนาคาร ทำใบรับรองค้ำเงินกู้ได้ เชิดหนี2 ล้าน

24.04.20 | 13:56 น.

หนุ่มแสบตุ๋นนักธุรกิจ อ้างรู้จักระดับบิ๊กธนาคาร ทำใบรับรองค้ำเงินกู้ได้ เชิดหนีกว่า 2 ล้านบาท เปลี่ยนชื่อ-สกุลใหม่ หลังกองปราบรวบปี 60 เลี่ยงตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.,พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป.,พ.ต.ท.พลวุฒิ ผาตินุวัติ สว.กก.1 บก.ป.จับกุมนายพะละวัฑสิริ มาลัยเข็มทอง อายุ 37 ปี ตามหมายจับศาลแขวงสมุทรปราการที่ 46/2563 ลงวันที่ 9 เม.ย.63 ข้อหา “โดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จฯ โดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินของจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามหรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ” ได้ที่บ้านพักย่านพุทธมณฑลสาย 4 ศาลายา ถ.กรุงนนท์-จงถนอม ต.ศาลากลาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

สืบเนื่องจากนายพะละวัฑสิริ หลอกกลุ่มนักธุรกิจที่ต้องการเงินลงทุนว่า สามารถทำแบงก์การันตี หรือหนังสือที่ธนาคารออกให้เพื่อใช้ค้ำประกันธุรกิจได้โดยอ้างว่าตนรู้จักกับผู้ใหญ่ในธนาคาร แต่มีข้อแม้ว่าต้องยอมจ่ายค่าดำเนินการร้อยละ 10-15 ของยอดเงินที่ต้องการ กระทั่งมีผู้เสียหายรายหนึ่งซึ่งเป็นนักธุรกิจรายใหญ่แถวภาคตะวันออกที่กำลังต้องการกู้เงินกับธนาคาร 60 ล้านบาท หลงเชื่อติดต่อพูดคุยกับผู้ต้องหาให้ช่วยดำเนินการ ผู้ต้องหาจึงเรียกเก็บเงินค่าดำเนินการกับผู้เสียหาย 4 ล้านบาท โดยแบ่งจ่ายเป็นมัดจำก่อน 2 ล้านบาท แล้วค่อยจ่ายส่วนที่เหลือเมื่อได้รับใบแบงก์การันตี ผู้เสียหายจึงตกลงยอมจ่ายเงินให้ กระทั่งถึงกำหนดนัดหมายรับใบแบงก์การันตี ผู้ต้องหาอ้างว่าติดปัญหาบางอย่าง ก่อนจะขาดหายการติดต่อไป ผู้เสียหายจึงรู้ตัวว่าถูกหลอก นำเรื่องเข้าแจ้งความที่สภ.สุวรรณภูมิ จนมีการออกหมายจับ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่านายพะละวัฑสิริ อยู่ในพื้นที่ จ.นนทบุรี และกำลังหลอกเอาเงินอีก 3 ล้านบาท จากเหยื่อรายใหม่ซึ่งเป็นนักธุรกิจรายใหญ่ 2 ราย จึงรีบนำกำลังเข้าจับกุมได้ดังกล่าว สอบสวนนายพะละวัฑสิริ ให้การรับสารภาพว่าก่อนหน้านี้เคยถูกตำรวจกองปราบจับกุมมาแล้ว 1 ครั้ง เมื่อปี 2560 ในความผิดลักษณะเดียวกัน เมื่อพ้นโทษออกมาจึงไปเปลี่ยนชื่อนามสกุลใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบประวัติ กระทั่งมาถูกจับกุมตัวอีกครั้ง เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่ง สภ.สุวรรณภูมิ ดำเนินคดีตามกฎหมาย