คนกรุงจนหนัก ผลกระทบโควิด แห่หิ้ว ‘หม้อ- ซึ้ง-เชี่ยนหมาก’ เข้าโรงตึ๊ง
เมื่อวันที่ 24 เมษายน นายนพดล เพิ่มพิทยา ผู้อำนวยการสำนักงานสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร หรือโรงรับจำนำ กทม. เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ส่งผลให้ประชาชนทั้งประเทศได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการประสบภาวะขาดสภาพคล่องทางการเงิน ทั้งนี้ สำหรับในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เห็นได้จากการที่คนกรุงเทพฯ จำนวนมากเริ่มนำทรัพย์สินไปฝากไว้ที่โรงรับจำนำ กทม. ทั้ง 21 สาขา และบางส่วนมีการไถ่ถอนทองคำรูปพรรณออกมา เพื่อนำไปขายเนื่องจากขณะนี้ราคาทองในท้องตลาดราคาสูง
นายนพดล กล่าวว่า นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 โรงรับจำนำ เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา กทม.ได้สำรองเงินหมุนเวียนเพื่อช่วยเหลือประชาชน จำนวน 1,000 ล้านบาท ล่าสุดยอดเงินที่จ่ายออกช่วง 15 วัน จำนวน 320 ล้านบาท
นายนพดล กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์ปกติ ทรัพย์ที่ประชาชนนำไปจำนำส่วนใหญ่ ร้อยละ 87 เป็นทองรูปพรรณ ร้อยละ 11 เป็นกลุ่มอัญมณีและของมีค่า เช่น เพชร พลอย ทับทิม หยก งาช้าง เป็นต้น ที่มาพร้อมกับตัวเรือนที่ทำจากทอง เงิน นาค ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 2 เป็นจำพวกของเบ็ดเตล็ด แต่ล่าสุดสัดส่วนทรัพย์เหล่านี้เปลี่ยนแปลงไป โดยในส่วนของทองรูปพรรณลดลงเหลือร้อยละ 85 ส่วนกลุ่มอัญมณียังเท่าเดิม แต่ที่น่าตกใจคือในกลุ่มของเบ็ดเตล็ด พบว่ามีประชาชนนำทรัพย์สินบางอย่างที่คาดไม่ถึงไปจำนำด้วย เช่น หม้อหุงข้าว ถาดสแตนเลส ซึ้งนึ่งอาหาร เชี่ยนหมาก เครื่องทองเหลือง เครื่องเงิน ทัพพี พาน เข็มขัดเงิน ขันลงหิน เป็นต้น
“ล่าสุด เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา มีรายหนึ่งนำหม้อหุงข้าว ถาดสแตนเลส และซึ้งนึ่งอาหารที่ใช้แล้วไปจำนำ เจ้าหน้าที่ให้ไป 700 บาท นอกจากนี้พบว่าคนที่นำทรัพย์สินไปจำนำส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ เช่น รายหนึ่งนำเชี่ยนหมากเงินไปจำนำ ทั้งๆ ที่เป็นของรักของหวง ชิ้นนี้ประเมินราคาแล้ว 2,000 กว่าบาท แต่เราช่วยให้ไป 4,000 บาท เราก็ช่วยเขาเต็มที่ตามที่ผู้ว่าฯ กทม.ได้กำชับให้ดูแลประชาชน” นายนพดล กล่าวและว่า นอกจากนี้ ยังมีในกลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่นำทรัพย์ไปจำนำ เช่น กีต้าร์ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ทั้งนี้ หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อออกไปอีก โรงรับจำนำ กทม.ได้กันเงินสำรองไว้อีก 900 ล้านบาท เพื่อให้เพียงพอต่อการช่วยเหลือประชาชนในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

