“หมอล๊อต” เผยช้างป่าพิการในเฟซบุ๊ก คือ” พลายแก่งกรุง”จนท.ช่วยเมื่อปี 61 ตอนนี้ปรับตัวได้ กินทุกอย่างที่ขวางหน้า

25.04.20 | 10:52 น.

“หมอล๊อต” ชี้ช้างขาพิการที่มีคนพบในป่าแก่งกรุง แล้วนำมาเผยแพร่ในเฟซบุ๊กชื่อ”พลายแก่งกรุง” ปรับตัวเก่ง กินทุกอย่างที่ขวางหน้าได้ ในป่าแก่งกรุง

กรณีมีคนใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ มอสคับผมโพสต์ ข้อความ และภาพ กรณีพบช้างบริเวณป่าติดกับสวนอยู่ ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกรุง โดยระบุว่าช้างตัวนี้ขาหลังข้างขวาพิการส่วนขาหลังซ้ายพยุงตัวได้นิดหน่อยขาคู่หน้าใช้การได้ปกติ ไม่มีอาการบาดเจ็บหรือรอยแผลใดๆใช้ชีวิตได้ปกติ และกินทุกอย่างที่ขวางหน้า โดยมีผู้แสดงความคิดเห็นและแชร์โพสต์ต่อจำนวนมากนั้น

วันที่ 25 เมษายน นายสัตวแพทย์(น.สพ.) ภัทรพล มณีอ่อน หรือ หมอล๊อต หัวหน้ากลุ่มงานสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุืพืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อประมาณปี 2561 มีชาวบ้าน ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกรุง จ.สุราษฎร์ธานี ได้เข้าแจ้งเจ้าหน้าที่พบช้างป่าตัวหนึ่งมีอาการอ่อนแรง สงสัยว่าน่าจะป่วย และออกมาขอความช่วยเหลือ ตอนนั้น ตนได้มอบหมายให้ สัตวแพทย์หญิง(สพ.ญ.)กิตติยาภรณ์ เอี่ยมสะอาด สัตวแพทย์ กรมอุทยานแห่งชาติฯ เดินทางเข้าพื้นที่ด่วน โดยคณะทำงานได้ช่วยเหลือและทำการให้ยารักษาในพื้นที่ ซึ่งมีความยากลำบากและอันตรายมาก และได้ช่วยเหลือพร้อมกับตั้งชือว่า”พลายแก่งกรุง”

“ตอนนั้นพบว่า ช้างดังกล่าวเป็นตัวผู้อายุประมาณ 30 ปี ป่วยค่อนข้างหนัก เคลื่อนไหวช้า โดยใช้ขาหน้า ส่วนขาหลังทั้งสองพบมีลักษณะผิดรูป สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด หรือ ได้รับอุบัติเหตุตั้งแต่ยังเล็ก เนื่องจากสภาพพื้นที่บางแห่งเป็นเนินเขาสูงชัน แต่ผมให้น้ำหนักตรงเกิดความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดมากกว่า พบหางด้วน อาจเป็นผลจากการผสมเลือดชิด ซึ่งมักพบช้างลักษณะเช่นนี้ในป่าหลายๆแห่งที่มีพื้นที่ขนาดเล็กเป็นเกาะ ไม่เชื่อมต่อกับพื้นที่อื่น แนวทางคือการรักษาให้พ้นจากวิกฤติ แล้วให้ธรรมชาติเป็นตัวบำบัดด้วยการให้ดำรงชีวิตตามธรรมชาติ ซึ่งหลังจากรักษาในครั้งนั้นจากนั้นก็ไม่มีการพบเห็นตัวอีกเลย” น.สพ.ภัทรพล กล่าว

น.สพ.ภัทรพล กล่าวว่า สิ่งที่ ดีใจมากก็คือ วันนี้มีคนเจอช้างป่าตัวนี้อีกครั้ง และเมื่อได้รับแจ้งก็ให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้าไปตาม พร้อมกับ “น้องมอส” คนที่โพสเฟชบุ๊ก ได้รับแจ้งว่า ตลอดระยะทางที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกรุงและทีมสัตวแพทย์เดินทางเข้าไปนั้น พบร่องรอย ของพลายแก่งกรุงตลอด พบมูล ซึ่งสัตวแพทย์วิเคราะห์มูลเบื้องต้น พบว่า พลายแก่งกรุงมีสุขภาพสมบูรณ์ดี กินอาหารได้ตามปกติ ไม่มีอาการเจ็บป่วย แต่อย่างใด ไม่มีรอยเลือดที่แสดงว่า พลายแก่งกรุงได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

“ในคลิปที่เห็นพลายแก่งกรุง เดินโดยใช้ขาหน้าเป็นหลัก มีนั่งกิน และเดินไม่ตรงเหมือนช้างตัวอื่น บางคนตั้งข้อสงสัยว่าเป็นเพราะขี้เกียจหรือเปล่า เรียนว่า ลักษณะดังกล่าวเป็นเหมือนการปรับตัวของช้างพิการที่ต้องอาศัยอยู่ในที่สูงชัน การนั่งกิน ที่คนมองว่าขี้เกียจ แต่เป็นความฉลาดที่มันต้องเซฟพลังงานเอาไว้นั่นเอง”น.สพ.ภัทรพล กล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม ทีมสัตวแพทย์ประเมินกันว่า หลังจากนี้พลายแก่งกรุงอาจจะต้องอยู่ลำบากกว่าเดิม เพราะอายุที่มากขึ้นกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นแต่ยังต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่สูงชัน ซึ่งก็คาดการณ์ว่า ในที่สุดแล้วพลายแก่งกรุงก็ต้องปรับตัวเอง โดนการย้ายที่อยู่ลงมาอยู่ในพื้นที่ราบ เพื่อให้สะดวกต่อการใช้ชีวิตมากกว่านี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็จะติดตามดูต่อไป

Advertisement

 

 

 

ทีมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกรุง และสัตวแพทย์ที่เข้าไปดูแล พลายแก่งกรุง