ร้านนวดสปา เตรียมปูเบาะนวดอีกครั้ง! สบส.วางแผนรองรับ หลัง นายกฯ ผ่อนปรนประเทศ
เมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) และ นพ.อาคม ประดิษฐ์สุวรรณ รองอธิบดี สบส. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการเพื่อรองรับ การผ่อนปรน มาตรการร้านนวดเพื่อสุขภาพ นวดสปา และนวดเพื่อเสริมสวย
นพ.ธเรศ กล่าวว่า ได้มีการเตรียมการหากมีการผ่อนคลายมาตรการ หรือมีเงื่อนไขให้สามารถประกอบกิจการได้ สิ่งที่ สบส.ดูแลรับผิดชอบอยู่คือ พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ซึ่งระบุกิจการอยู่ 3 ประเภทได้แก่ นวดเพื่อสุขภาพ นวดสปา และนวดเพื่อเสริมสวย รวมทั้งรับผิดชอบเรื่องของ พ.ร.บ.สถาน ในส่วนของร้านนวดมีที่ได้ขึ้นทะเบียนกับ สบส.มีหลาย 1,000 ร้าน ร้านสปาอีกกว่า 100 ร้าน และมีผู้ให้บริการนวดที่ได้รับการขึ้นทะเบียน ประมาณ 150,000 คนทั่วประเทศ ดังนั้นการเตรียมการด้านมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ความสะอาด สุขอนามัยของบุคคลทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการจะเป็นประเด็นที่ทำให้เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ทั้งด้านสุขภาพและด้านเศรษฐกิจ
“กิจกรรมนวดเป็นลักษณะที่ให้บริการอย่างใกล้ชิด จึงต้องมีมาตรการที่เข้มข้นและจะต้องรอให้สถานการณ์จากทางรัฐบาลว่าจะมีการประกาศผ่อนปรนในแต่ละประเภท ขอย้ำว่านี่เป็นเพียงการเตรียมการของร้านนวดสปา แต่คลินิกเสริมความงามยังไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ได้รับอนุญาต” นพ.ธเรศ กล่าว
นอกจากนี้ นพ.ธเรศ กล่าวว่า ทาง สบส.ได้ทราบข่าวมาว่าได้มีการออกตรวจทางห้องปฏิบัติการ (แล็ป) เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ปั๊มน้ำมัน จึงขอเรียนย้ำว่า สบส.ได้ออกประกาศให้อำนวยความสะดวกมีการตรวจที่นอกสถานบริการ เอกชนจริง แต่ยังเน้นย้ำให้ไปตรวจร่วมกับหน่วยงานของรัฐบาล เช่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) เพื่อดำเนินการตรวจหาเชื้อในกลุ่มเสี่ยง และสถานที่ที่ทำการตรวจจะต้องปิดอย่างมิดชิดและเรียบร้อย ดังนั้นการเข้าไปตรวจหาเชื้อไวรัสที่บ้านของผู้ที่มีความต้องการตรวจแต่ไม่สะดวกออกมาข้างนอก อาจจะเป็นการเพิ่มการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสและอาจจะเกิดอันตรายแก่ประชาชนและผู้รับบริการ ขณะนี้ สบส. ได้แจ้งเตือนไปยังสถานบริการที่ได้ดำเนินการกระทำดังกล่าว และได้เรียกมาสอบข้อเท็จจริงแล้ว จะต้องมีการดำเนินการระวางโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 20,000 บาท และหากผู้ให้บริการ/ปฏิบัติหน้าที่ไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพหรือนักเทคนิคการแพทย์จะต้องระวางโทษจำคุก 3 ปีปรับ 60,000 บาท
นพ.อาคม กล่าวว่า แนวทางการเตรียมความพร้อมในการเปิดสถานบริการนวดสปา ทางสบส.ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนผู้เข้ารับ บริการ มาตรการดังนี้ 1.มาตรการของผู้ประกอบกิจการ จะต้องมีจุดคัดกรองในการตรวจวัดอุณหภูมิของผู้เข้าใช้บริการ รวมถึงผู้ให้บริการ รักษาสถานบริการ ให้มีความปลอดภัย เบาะนวดจะต้องมีมานกันในลักษณะห้องชัดเจน และจะต้องเว้นระยะห่างกันประมาณ 1 เมตร 2.มาตรการพนักงานต้อนรับ ก่อนเข้าร้านจะต้องมีการลงทะเบียนผู้เข้าใช้บริการ แนะนำผู้เข้าใช้บริการว่าต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา 3.มาตรการของผู้เข้าใช้บริการ ให้ความร่วมมือในการคัดกรองก่อนเข้าบริการสวมหน้ากากอนามัยตลอดการใช้บริการ ปฏิบัติตามคำแนะนำของสถานประกอบการอย่างเคร่งครัด 4.มาตรการของผู้ดำเนินการ สอบถามบันทึกข้อมูลสุขภาพพื้นฐานและคัดกรองผู้เข้ารับบริการทุกราย ควบคุม ดูแลการบริการ อุปกรณ์ผลิตภัณฑ์ และเครื่องมือที่ใช้ในการให้บริการจะต้องมีความปลอดภัย
นพ.อาคม กล่าวว่า 5.มาตรการของผู้ให้บริการ หากพบว่ามีอาการป่วยจะต้องหยุดให้บริการและรีบไปพบแพทย์ทันที สังเกตอาการทางสุขภาพของผู้รับบริการที่มาใช้บริการแนะนำให้ผู้อื่นสวมหน้ากากอนามัย ระมัดระวังการสัมผัสใกล้ชิดขณะปฎิบัติหน้าที่ต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง หมั่นล้างมือให้สะอาดและไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น และ 6.มาตรการของพนักงานทำความสะอาด จะต้องสวมเครื่องมือป้องกันอันตรายส่วนบุคคล เช่น หมวกคลุมผม หน้ากากอนามัย และถุงมือ ทำความสะอาดอย่างถูกสุขลักษณะทุกครั้งหลังให้บริการต่อคนต่อครั้ง ทำความสะอาดบริเวณที่เป็นพื้นที่ใช้สัมผัสร่วมกันวันละ 1-2 ครั้งหรือทุกครั้งที่มี ผู้เข้าใช้บริการ และควรมีการกำจัดขยะติดเชื้อ สิ่งปฏิกูลและน้ำเสียที่เหมาะสม

นพ.อาคม ประดิษฐ์สุวรรณ

