ผู้สื่อข่าวรายงาน จากข้อมูลน้ำในเขื่อนบางลาง จ.ยะลา ณ วันที่ 17 กรกฎาคม พบว่า ปีนี้น้ำในเขื่อนน้อยมาก ปัจจุบันเขื่อนบางลางมีปริมาณกักเก็บอยู่ที่ 500.00 ล้าน ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) คิดเป็น 34.00 % ปริมาณน้ำที่สามารถใช้งานได้อยู่ที่ 227.00 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 19.00 % มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเฉลี่ยวันละ 0.94 ล้าน ลบ.ม.ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับน้ำที่มีการระบายตามแผนเพื่อการชลประทานวันละ 5- 5.7 ล้าน ลบ.ม.
นายคติ ชนนีบำรุง หัวหน้ากองโรงไฟฟ้าเขื่อนบางลาง กล่าวว่า จากข้อมูลปริมาณน้ำในเขื่อนบางลางในช่วงนี้ จะพบว่า เขื่อนบางลางมีน้ำไหลเข้าในจำนวนที่น้อยมาก ถือว่าต่ำมากในรอบ 36 ปี เนื่องจากฝนทิ้งช่วงนาน เมื่อเปรียบเทียบกับ จำนวนน้ำที่ปล่อยออกเพื่อการชลประทาน ในแต่ละวัน จำนวน 5 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งหากดูจากสภาพอากาศในพื้นที่ มีฝนตกลงมา ซึ่งส่วนใหญ่ ฝนจะตกในพื้นที่ด้านล่างเขื่อน หรือท้ายเขื่อน ส่วนในพื้นที่เหนือเขื่อนอย่าง อ.ธารโต และ อ.เบตง ฝนยังน้อยอยู่ ซึ่งปรากฏการณ์น้ำลดเห็นหมู่บ้าน ที่ตำบลแม่หวาด อ.ธารโต เป็นผลมากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ ที่อยู่สูงกว่าเขื่อนบางลาง เมื่อน้ำไหลเข้าเขื่อนน้อย แต่เขื่อนมีการปล่อยน้ำเพื่อการชลประทานไปยังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปัตตานี เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ท้ายเขื่อน จ.ยะลา จ.ปัตตานี ได้ใช้น้ำในการเพาะปลูกในช่วงนี้ ทำให้น้ำค่อยๆลดลง จนเห็นหมู่บ้านในตำนาน ซึ่งคาดว่า ปริมาณน้ำที่ลดลง เนื่องจากฝนตกน้อยเหนือเขื่อน น่าจะยืดเยื้อไปถึงปลายเดือนกันยายน เพราะ ในช่วงตุลาคม-ธันวาคม จะเป็นช่วงฤดูฝนในพื้นที่ แต่ก็ยังคาดเดาไม่ได้ เนื่องจากในพื้นที่ มีอากาศที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหากจะแก้ไขปัญหาน้ำในเขื่อนบางลางลดลงอย่างต่อเนื่อง นั้น ขณะนี้มีการประชุมหาทางออกกับทางชลประทาน เพื่อลดการระบายน้ำเพื่อการชลประทานจากวันละ 5 – 5.7 ล้าน ลบ.ม. เป็นวันละ 3-4 ลบ.ม. เขื่อนก็จะยังคงมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่สูง อย่าง อ.ธารโต อ.เบตง ก็จะมีน้ำใช้อุปโภค บริโภค
“แต่หากไม่มีน้ำไหลเข้าเขื่อนหรือไหลเข้าในปริมาณที่น้อย ภายในประมาณ 50 วัน การระบายน้ำของเขื่อนคงต้องหยุดลง เพราะ ระดับน้ำในเขื่อนอยู่น้อยกว่าระดับประตูระบายน้ำเพื่อการชลประทาน ซึ่งถือเป็นภาวะวิกฤต ส่วนการผลิตกระแสไฟฟ้ายังคงดำเนินการอยู่ ไม่มีผลกระทบ แต่กำลังผลิตที่ได้เพียง 40 เมกกะวัตต์ เท่านั้นเอง”นายคติ กล่าว

