น.ส.รอมือละห์ แซเยะ ภรรยานายอันวา ฮายือเต๊ะ นักโทษคดีความมั่นคงในเรือนจำกลางปัตตานี ที่ตกเป็นข่าวในสื่อบางฉบับว่าเป็นแกนนำจลาจลเรือนจำปัตตานี เผยว่าเป็นห่วงสามีมาก เพราะข่าวที่เสนอออกไปมีความสับสน ยิ่งรายมือจากข้อความเสนอข้อเรียกร้องนั้นดูแล้วก็ไม่ใช่รายมือเขาอันวา และวันเกิดเหตุก็ได้มีการช่วยเหลือคนอื่นิ โดยเฉพาะผู้คุมให้ออกมาจากด้านในอย่างปลอดภัย แต่ข่าวที่ออกไปตามสื่อกลับกลายจากการเป็นคนช่วยเหลือผู้อื่น ไปเป็นผู้ที่นำก่อการจลาจลไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม เมื่อปลัดกระทรวงยุติธรรมและผู้คุมเรือนจำ ยืนยันความจริงว่าอันวา คือ ผู้ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่ผู้นำก่อการจลาจล จึงรู้สึกสบายใจขึ้น และอยากฝากให้ข่าวที่ออกไปถูกต้อง เพราะยังมีสื่อบางแห่งยังเข้าใจผิดและไม่ทราบความเป็นมาที่แท้จริงด้วย
นายกาจก้อง รัตนะ ผอ.ส่วนเรือนจำกลางปัตตานี 1 ในเจ้าหน้าที่เรือนจำที่ได้รับบาดเจ็บ เผยถึงนาทีเกิดเหตุว่า สังเกตเห็นนักโทษเริ่มมีการรวมตัวจะก่อจลาจล จึงบอกนายสุเทพ เพชรเกลี้ยง เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ เข้าไปห้ามปรามกลุ่มนักโทษให้อยู่ในความสงบแต่กลับถูกโห่และถูกขว้างปา ถูกบริเวณหัวเหนือใบหูจนแตกมีเลือดไหล และถูกช่วยนำส่งโรงพยาบาลเย็บบาดแผล 3 เข็ม โดยการข่าวเชิงลึกได้รับข้อมูลมาก่อนแล้วระยะหนึ่งว่าจะมีการรวมตัวก่อจลาจล
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังเจ้าหน้าที่ตรวจเก็บพิสูจน์หลักฐานและชุดนิติวิทยาศาสตร์ ได้เข้าตรวจสอบสภาพความเสียหายและการตรวจเก็บสารพันธุกรรมจากร่างนักโทษที่ถูกเผาจนร่างไม่สามารถระบุตัวตนได้นั้น ล่าสุดมีรายงานว่าสามารถระบุตัวตนได้แล้ว รายแรกเป็นนักโทษชั้นดีที่พยายามช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ควบคุมเหตุวุ่นวาย คือ นายเกียรติศักดิ์ จันทร์ดวง อายุ 23 ปี และนายเสริม จันทรขุนทร ทั้ง 2 ราย ถูกซ้อมทำร้ายร่างกาย ก่อนโยนร่างของทั้ง 2 คน เผาไปกับกองเพลิงภายในเรือนจำ

