บ้านคุณโผงอยู่ใกล้ปั๊มน้ำมัน ไม่มีที่จอดรถ จึงอาศัยจอดในปั๊ม เสียเงินแก่ทางปั๊มเดือนละ 600 บาท
ต่อมารถหาย บ.ประกัน จ่ายค่าเสียหายตามกรมธรรม์แก่คุณโผง แล้วรับช่วงสิทธิจากคุณโผงมาฟ้องไล่เบี้ยเอาจากทางปั๊ม
ปั๊มน้ำมันให้การต่อสู้คดีว่าไม่เคยรับฝากรถจากคุณโผง ขอให้พิพากษายกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
บ.ประกันภัยอุทธรณ์
ศาลชั้นอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ทางปั๊มชำระเงิน 119,580 บาท
ทางปั๊มน้ำมันฎีกาคดี
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บ.ประกันภัยไม่ได้นำสืบให้เห็นว่า การที่คุณโผงนำรถเข้าไปจอดที่ปั๊มนั้นมีพฤติการณ์ที่ถือได้ว่าเป็นการรับฝากทรัพย์แต่อย่างใด
ข้อเท็จจริงคงฟังได้ว่า การที่คุณโผงนำรถเข้าไปจอดในปั๊มนั้นไม่มีการส่งมอบรถให้อยู่ในความอารักขาของปั๊ม คุณโผงสามารถนำรถเข้าจอดเวลาใดก็ได้ แม้ปั๊มปิดให้บริการเวลากลางคืน ในกรณีเช่นนี้ปั๊มไม่สามารถรู้ได้เลยว่าคุณโผงนำรถเข้าจอดหรือไม่ ไม่ปรากฏว่าเจ้าของปั๊มได้รับมอบรถจากคุณโผงแต่อย่างใด จึงรับฟังไม่ได้ว่าทางปั๊มได้รับฝากรถคันนั้นจากคุณโผง แต่เป็นการให้เช่าสถานที่จอดรถเท่านั้น เมื่อรถหายไป ทางปั๊มจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายในฐานะเป็นผู้รับฝากทรัพย์ให้แก่คุณโผง บ.ประกันจึงไม่มีสิทธิมาฟ้องไล่เบี้ยเอาจากทางปั๊ม
พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
ปั๊มรอดไป เพราะพฤติการณ์ฟังไม่ได้ว่ารับฝากรถ เมื่อรถหายจึงไม่ต้องรับผิดชอบ
(เทียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4757/2534)
++++++++++++++++
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 657 อันว่าฝากทรัพย์นั้นคือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่าผู้ฝาก ส่งมอบทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่าผู้รับฝาก และผู้รับความตกลงว่าจะเก็บรักษาทรัพย์สินนั้นไว้ในอารักขาแห่งตนแล้วจะคืนให้
มาตรา 659 วรรคสอง
ถ้าการรับฝากทรัพย์นั้นมีบำเหน็จค่าฝาก ผู้รับฝากจำต้องใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเพื่อสงวนทรัพย์สินนั้นเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงประพฤติโดยพฤติการณ์ดั่งนั้น ทั้งนี้ ย่อมรวมทั้งการใช้ฝีมืออันพิเศษเฉพาะการในที่จะพึงใช้ฝีมือเช่นนั้นด้วย
โอภาส เพ็งเจริญ [email protected]

