สธ. ออกปากรับ “หากผ่อนคลายมาตรการ” มีโอกาสพบป่วย “โควิด-19”เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
เมื่อวันที่ 27 เมษายน ที่ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กล่าวถึงหลักการ/ทิศทางการผ่อนปรนมาตรการในทางระบาดวิทยา ช่วงการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือ โควิด-19 ว่า เป็นความเกี่ยวข้องในหลายภาคส่วน แต่ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ได้ดูแลเรื่องของเกณฑ์ทางสาธารณสุข การแพทย์ ทั้งนี้การผ่อนปรนมาตรการก็จะขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์อื่นๆ ด้วยเช่นกัน อาทิ ภาคสังคม ภาคธุรกิจ เข้ามามีส่วนร่วมแสดงความเห็น
นพ.โสภณ กล่าว หลักการของ สธ.จะต้องพิจารณาว่า 1.สถานการณ์ของโรคอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ คือไม่มีผู้ป่วยเกิดขึ้นในพื้นที่ต่อเนื่องกันอย่างน้อย 14 วัน หรือ 28 วัน ซึ่งเป็น 2 เท่าของระยะฟักตัวของโรคที่ยาวที่สุด รวมถึงในบางจังหวัดที่ไม่มีการรายงานผู้ป่วยมาก่อน 2.จะต้องมีระบบเฝ้าระวังที่เข้มแข็ง เพื่อตรวจจับการระบาด หากมีการเกิดขึ้นของผู้ป่วยรายใหม่อีกครั้ง มีการคัดกรองผู้ที่มีอาการไข้ ระบบทางเดินหายใจที่เข้ามาตรวจรักษาในโรงพยาบาล(รพ.) สุ่มตรวจในประชาชนกลุ่มเสี่ยง มีทีมสอบสวนและควบคุมโรคที่มีประสิทธิภาพ และระบบการแพทย์มีความพร้อมรองรับผู้ป่วย หากพบผู้ป่วยที่จะต้องเข้าระบบการรักษาใน รพ. หรือห้องฉุกเฉินไอซียู อย่างไรก็ตามที่กล่าวมาเป็นเพียงเกณฑ์ทางสาธารณสุข การแพทย์ แต่คงจะต้องพิจารณาด้านอื่นประกอบด้วย
นอกจากนี้ นพ.โสภณ กล่าวว่า โดยธรรมชาติของโรคติดต่อทางเดินหายใจ ก็จะเป็นโรคที่อยู่กับคนและมีโอกาสแพร่เชื้อไปยังคนอื่นที่สัมผัสใกล้ชิด ประสบการณ์จากทางต่างประเทศ เช่น ประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ ที่มีการระบาดในช่วงแรกและควบคุมได้ดี เมื่อมีการผ่อนปรนก็มีโอกาสจะกลับมาพบผู้ป่วยมากขึ้นได้ อย่างไรก็ตามหากระบบทางการแพทย์มีความพร้อม และทุกคนช่วยกันการที่จะควบคุมให้เจอผู้ป่วยในระดับที่ต่ำ ไม่เป็นภาระของระบบการแพทย์และสาธารณสุข คือ มีผู้ป่วยน้อยอยู่ในระดับที่ดูแลได้ ไม่ป่วยรุนแรง ไม่เสียชีวิตก็จะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ และเป็นสิ่งที่ประเทศไทยเองก็คาดอยู่
“ในขณะนี้เราอยู่ในช่วงที่มีผู้ป่วยน้อย ต่ำสิบเป็นวันแรก หากเราติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องไป พบแนวโน้มผู้ป่วยอยู่ในระดับนี้ได้ แสดงว่ามาตรการของเรายังมีประสิทธิภาพ แต่หากเราเห็นจำนวนตัวเลขเริ่มเพิ่มขึ้นมา ก็จะเป็นสัญญาณเตือนว่ามีจุดใดจุดหนึ่งที่เราจะต้องรีบไปดำเนินการป้องกัน ควบคุมให้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ไม่เป็นภาระของระบบการแพทย์และสาธารณสุข โดยสรุป คือ การกลับมาใช้ชีวิต การทำงานที่ผ่อนคลายกว่านี้ โอกาสที่เราจะพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นก็เป็นไปได้อย่างแน่นอน เพียงแต่เราควรจะตรวจพบให้เร็ว และเข้าควบคุมโดยทันที” นพ.โสภณ กล่าว

