พ่อด.ญ.วัย 14 ร้องตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์หลังลูกถูกพี่ชายข่มขืนแล้วประกันตัวออกมาใช้ชีวิตหน้าตาเฉย จี้ถามตำรวจท้องที่อ้างยุ่งภารกิจ “โควิด-19”
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 เมษายน ที่กองปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความและประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมนายอ้วน (สงวนชื่อสกุลจริง) พ่อ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) วัย 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.อำนาจเจริญ ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมถึง พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคบ.หลังลูกสาวถูกนายต้น ลูกชายของพี่สาว ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่ชาย อายุ 24 ปี ข่มขืน ก่อนตำรวจ สภ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ จับกุมดำเนินคดีแต่ได้รับประกันตัวออกมาใช้ชีวิตปกติหลังจากถูกจับได้เพียง 1 วัน เมื่อขอดูเอกสารทางคดีก็ถูกปฏิเสธ จึงเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
นายอ้วน พ่อของ ด.ญ.เอ กล่าวว่า ลูกสาวตนอาศัยอยู่กับครอบครัวที่มีพี่สาวเป็นคนดูแลให้อยู่บ้านในพื้นที่ จ.อำนาจเจริญ ตั้งแต่ปี 2562 และเมื่อวันที่ 27 มีนาคมผ่านมา ลูกสาวโทรศัพท์มาบอกว่าถูกนายต้น ข่มขืนมาตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน ปี 2562 แต่ไม่สามารถโทรศัพท์มาบอกกับตนได้เนื่องจากถูกครอบครัวของผู้ก่อเหตุจับตามองและตลอดเวลา หลังตนทราบเรื่องจึงขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พาลูกไปแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.หัวตะพาน วันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา ก่อนมีการออกหมายจับดำเนินคดีผู้ก่อเหตุแล้วคุมขังเรือนจำอำนาจเจริญเพียงวันเดียวก็ได้รับการประกันตัวออกมา
นายอ้วนกล่าวต่อ ภายหลังนายต้นได้รับประกันตัวก็ออกมาใช้ชีวิตตามปกติในหมู่บ้านไม่ได้ไปไหน เมื่อตนสอบถามนายต้นก็อ้างว่าตนไม่ได้ทำ แต่ยังซื้อยาคุมมาให้ลูกตนกินแล้วจะปฏิเสธไม่ได้ทำอย่างไร พอตนติดต่อผู้กำกับการ สภ.หัวสะพาน เพื่อขอเอกสารหลักฐานต่างๆ เช่นสำนวนคดี บันทึกการแจ้งความดำเนินคดี ก็ถูกปฏิเสธไม่ให้เอกสารใดๆ ทั้งสิ้น อ้างว่าติดงานเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19 และไม่ได้มีคดีนี้คดีเดียว ตนจึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ตอนนี้ลูกสาวต้องหนีออกจากบ้านมาอยู่กับตนที่ จ.นนทบุรี แทน
ทนายรณรงค์กล่าวว่า สำหรับความผิดในคดีนี้ เฉพาะการข่มขืนมีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี ยังไม่นับเรื่องพรากผู้เยาว์ แต่ต้องตรวจสอบว่ามีความผิดอย่างไรบ้าง ทั้งนี้เหตุใดผู้เสียหายต้องหนีออกจากบ้านแทน ทางจังหวัดต้องมีวิธีการแก้ปัญหาที่ดีกว่านี้ อีกทั้งเด็กยังบอกด้วยว่า หลังเกิดเหตุก็พยายามไปแจ้งกับ อสม.ท้องที่แล้ว แต่กลับไม่พาไปแจ้งความแล้วไปหายาคุมมาให้กินแทน จึงต้องการให้ ปคม.ตรวจสอบสำนวนการทำคดีของท้องที่ว่าเป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่

