เมื่อวันที่ 29 เมษายน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. เปิดเผยถึงภาพรวมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจบช.น. ในช่วงสถานการณ์เคอร์ฟิวว่า ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ภาพรวมการปฏิบัติหน้าที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขอขอบคุณตำรวจทุกนายที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ส่วนที่มีการท้วงติงการทำงานของตำรวจมีทั้งหมดเพียง 3 เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเข้าใจผิดระหว่างการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้นไม่มีการทุจริตแต่อย่างใด ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่มีการฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่หากตรวจสอบพบว่ามีความผิดก็จะดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนกรณีที่มีการประกาศเลื่อน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 1 เดือนนั้น
พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า ทางบช.น. มีการประชุมร่วมทาง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เน้นย้ำเรื่องขอความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบูรณาการทำงานร่วมกันร่วมกับทางกองทัพภาคที่ 1 เจ้าหน้าที่กทม. เป็นชุดสายตรวจร่วม มีภารกิจการตรวจสอบ 4 ประเด็น ได้แก่ 1.การตรวจสอบผู้ที่ถูกกักกันบุคคลที่อยู่บ้านตัวเองว่าได้มีการดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมโรคหรือไม่ 2.การตรวจสอบสถานที่ปิดชั่วคราวที่ยังไม่มีการผ่อนผันให้ปิดชั่วคราวต่อไป ส่วนสถานที่ที่ได้รับการผ่อนผันให้เปิดชั่วคราวให้ตรวจสอบว่ามีการเปิดเป็นไปตามาตรการหรือไม่ ซึ่งต้องรอผลสรุปข้อกำหนดมาตรการแนวทางการปฏิบัติในการผ่อนผันว่ามีสถานที่ใดบ้างที่ได้รับการผ่อนผัน
3.ตรวจสอบกรณีที่มีการมั่วสุมไม่ว่าจะเป็นการรับแจ้งจาก 191 หรือศูนย์ดำรงธรรม หรือจากการตรวจพบเอง ยกตัวอย่างมีการลักลอบจัดงานปาร์ตี้ในสถานที่ปิดชั่วคราว รวมถึงลักลอบเล่นการพนัน หากมีการชุมนุมในลักษณะที่มีการแพร่กระจายเขื้อโรคก็จะมีการดำเนินการทางกฎหมายทันที 4.กรณีการตั้งด่านช่วงเคอร์ฟิวยังคงมีการตั้งตามปกติ แต่ทางตำรวจนครบาลมีการหารือกับกทม.จะให้มีการยกเลิกด่านคัดกรองจำนวน 7 ด่านที่เหลือระหว่างรอยต่อจังหวัดตั้งแต่เมื่อเวลา 06.00 น. ที่ผ่านมา และปรับกำลังดังกล่าวมาใช้กับงานตั้งด่านเคอร์ฟิวและสายตรวจที่มีการบูรณาการกำลังร่วมกันเพื่อเข้าไปยังชุมชนหรือหาเป้าหมายที่กำหนด

