มีคำถามว่า ปิดบ้านปิดเมืองแล้วไง ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไปอีก 1 เดือน แล้วไง
ในท่ามกลางวิกฤตการณ์ “โควิด-19” กับ “พิษเศรษฐกิจ” ที่คู่ขนานกันไปนี้ยังคงเห็นท่วงทำนองการบริหารจัดการของนายกรัฐมนตรีเช่นเดิม
ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังคงตั้งสติไม่ได้เหมือน “แม่ทัพ” ที่ยืนหันรีหันขวางอยู่กลางสมรภูมิ ดูเชื่องช้าและขวัญตก
บ่อยครั้งชอบพูดหรูๆ ว่า จะต้อง “บูรณาการ” แต่ก็ไม่ได้มาจากความเข้าใจ คงจะคิดว่าบูรณาการแบบทหารที่สนธิกำลังกันปฏิบัติการเพื่อบรรลุภารกิจเฉพาะหน้า เข้าตีที่นั่นเข้ายึดที่นี่
“โควิด-19” กับ “เศรษฐกิจพ่นพิษ” เป็นวิกฤตคู่ขนานที่ต้องอาศัย “การบูรณาการ”
ไม่ใช่หมอนำ หรือฝ่ายไหนนำ
แต่ต้องบูรณาการอย่างแท้จริงโดยใช้ความรู้หลากหลายสาขา อาศัยผู้เชี่ยวชาญหลากหลายวิชาชีพและอาชีพ ใช้ผู้สันทัดกรณีมีทักษะจากหลากหลายองค์กรหลายวงการมาผสมผสานกันจนออกมาเป็น “แนวทาง” บริหารจัดการวิกฤตการณ์ที่ประเทศชาติและประชาชนบอบช้ำน้อยที่สุด
ไม่ใช่อยู่ดีๆ ก็โผล่หน้าออกทีวีแล้วบอกว่า “ขอให้อดทนกันหน่อย ผมก็เจ็บเหมือนกัน”
ไม่รู้ว่า นายกรัฐมนตรีเจ็บอะไร !
“ความจน” เป็นเรื่องซับซ้อนที่เข้าใจยาก ไม่แน่ใจว่านายกรัฐมนตรีเข้าใจเข้าถึง “หัวอก” ของผู้ทุกข์ยากหรือไม่
ทั้งยังไม่ต้องไปไกลเหมือนที่คุณหมอว่า “เราต้องมีวิถีใหม่” แค่คิดให้ออกว่า ทำอย่างไรถึงจะไม่มี “การฆ่าตัวตาย” เพิ่มขึ้น
อย่าเอาความจนความเจ็บความทุกข์ยากของผู้คนมาพูดกันด้วยสีหน้าทะเล้น !
คนที่ไม่มี คือไม่มีทรัพย์ ไม่มีเงิน ไม่มีจะกิน ไม่มีบ้าน ไม่มีที่ซุกหัวนอน คับใจจนไม่มีทางจะไปต่อ
นายกรัฐมนตรีจะรู้สึกเจ็บอะไรจากการยืดอายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก 30 วันและการล็อกดาวน์หลายๆ กิจการต่อไปอีกชนิดที่ไม่รู้จุดหมาย
“คนที่เจ็บจริง” เป็นคนที่ได้ยิน “เสียง” ของนายกรัฐมนตรีที่บอก “ให้อดทนกันหน่อย”
เมื่อวานนี้ มีคนฆ่าตัวตายรายใหม่ !
เธอวาดภาพเหมือนนายกรัฐมนตรีทั้งน้ำตาพร้อมบรรยายความคับแค้นว่า ไม่เหลือเงินซื้อนมให้ลูกกิน รัฐบาลใจร้าย ทำไมไม่สงสารคนที่เค้าไม่มีบ้าง ท้อสุดใจ
ไม่มีทางไปต่อแล้ว จึงฆ่าตัวตาย !?!!

