คุณตาวัย 71 ปี ผูกคอตาย ชาวบ้านบอกว่าเป็นคนนิสัยดี ส่วนศพของผู้ตายพี่สาวก็แก่แล้วคงจะจัดการไม่ไหว เลยแจ้งผ่านมาหา ส.อบต.กับชาวบ้านให้ช่วยจัดการศพให้ด้วย
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้สื่อข่าวได้พบและพูดคุยกับชาวบ้านที่เคยรู้จัก นายถวิล วิรุณกิจ อายุ 71 ปี ที่ผูกคอตายกับต้นมะขาม บนภูพานทอง ต.หนองบัว อ.เมืองหนองบัวลำภู ซึ่งคาดว่าเครียดไม่มีเงิน ได้ไปหายืมเงินเพื่อนบ้านและขอนำบัตรประชารัฐจำนำไว้กับชาวบ้านแต่ไม่มีคนรับ สุดท้ายได้ตัดสินใจผูกคอตัวเองจนเสียชีวิตนั้น นายสมนึก พันห์หล่า อายุ 68 ปี ซึ่งบ้านของนายสมนึกอยู่บริเวณปากซอย เป็นร้านเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญที่ผู้ตายมักจะมานั่งเล่นพูดคุยกับนายสมนึกเป็นประจำ และอยู่บริเวณที่ไม่ห่างจากสวนมะขามหวานที่ผู้ตายมานอนเฝ้า
นายสมนึกเล่าว่า ผู้ตายเป็นคนดี เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดเท่าไร และไม่เคยทะเลาะกับใคร ผู้ตายมาอยู่ที่หนองบัวลำภูนานแล้วประมาณ 20 กว่าปีเห็นจะได้ โดยทางผู้ตายมาครั้งแรกมากับพี่สาว ซึ่งตอนนี้พี่สาวน่าจะอายุ 80 กว่าปีแล้ว เดิมทีผู้ตายเป็นคนขอนแก่น ตอนที่พี่สาวจะกลับไปอยู่ที่ จ.ขอนแก่น ก็ชวนผู้ตายกลับไปด้วย แต่ผู้ตายไม่กลับไปกับพี่สาว ก่อนวันที่พบศพ ผู้ตายยังไปนั่งเล่นที่บริเวณร้านอยู่เลย วันที่มานั่งผู้ตายก็ได้บ่นกับตนเองว่าไม่มีเงินเลย อยากจะขอเอาบัตรผู้สูงอายุกับบัตรคนจนมาจำนำเหมือนกันว่าจะได้ไหม เพราะอยากได้เงินสักหน่อย 200 บาทก็ได้ เพื่อที่จะได้เอาไปหาหมอ เพราะผู้ตายบ่นว่าเจ็บแขน ปวดแขน แต่ก็ไม่คิดว่าจะทำให้ผู้ตายคิดสั้นอย่างนั้น

ส่วนศพของผู้ตาย ตอนนี้ทางชาวบ้านและทางนายสันต์ชาติ ชารีตุ้ม ซึ่งเป็นสมาชิก อบต.หนองบัว ได้ร่วมกันกับชาวบ้านจะนำศพของผู้ตายมาทำพิธีฌาปนกิจที่วัดป่าภูพานทอง ซึ่งเป็นวัดประจำหมู่บ้าน เพราะว่าได้ประสานทางญาติที่เป็นพี่สาวของผู้ตายแล้ว ทางญาติก็อยากจะรบกวนทางสมาชิก อบต.และชาวบ้านให้เป็นธุระช่วยกันจัดการฌาปนกิจตามประเพณีให้ เพราะตัวพี่สาวเองก็แก่ชรามากแล้ว เดินทางมารับศพและจัดงานศพคงไม่ไหว ทั้งจะติดเรื่องการเดินทางข้ามจังหวัดในช่วงระยะของการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อีกด้วย การเดินทางก็คงจะลำบาก
ต่อมา เมื่อเวลา 13.00 น. ทางนายสันต์ชาติ ชารีตุ้ม ซึ่งเป็นสมาชิก อบต.หนองบัว ได้ร่วมกันกับทางคณะกรรมการหมู่บ้าน ชาวบ้านและทางสมาคมกู้ภัยคุณธรรม ได้ทำการนำศพของผู้เสียชีวิตไปทำพิธีทางศาสนาที่วัดป่าภูพานทอง บ้านภูพานทอง ซึ่งก็มีชาวบ้านประมาณกว่า 80 คน มาช่วยเหลือจัดการทำพิธีฌาปนกิจให้ร่วมกัน รวมไปถึงนำเหรียญมาทำเหรียญโปรยทานหรือหว่านเหรียญกัลปพฤกษ์เป็นพิธีกรรมหนึ่งของทางอีสาน ก่อนที่จะเผาศพจะต้องมีการหว่านเงินเหรียญที่นำมาห่อกระดาษเงินกระดาษทอง เพื่อเป็นการทำทานสร้างกุศลส่งดวงวิญญาณผู้ตายให้ไปสู่ภพภูมิที่ดี
โดยปกติแล้วมีชาวบ้านที่รู้ข่าวต่างก็ได้มาร่วมงานฌาปนกิจ ได้ร่วมกันเป็นผู้จัดทำดูแลกันเสมือนเป็นเครือญาติในครัวเรือน นับว่าหมู่บ้านชุมชนแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งชุมชนที่ผู้คนมีความเอื้ออาทรต่อกันฉันญาติมิตร ซึ่งญาติที่มีก็เป็นพี่สาวซึ่งอายุร่วม 80 ปี ที่อยู่ จ.ขอนแก่น มาก็มาลำบากทั้งยากจน รายได้ก็แค่ได้มาจากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ทางชาวบ้านจึงได้ร่วมกันจัดงานฌาปนกิจไปแล้วในวันนี้ โดยทางสมาคมการกุศลกู้ภัยคุณธรรมได้บริจาคโลงศพให้กับผู้เสียชีวิต และชาวบ้านรวมตัวกัน ทั้งร่วมบริจาคเงินปัจจัยต่างๆ เป็นเจ้าภาพในงานศพครั้งนี้ ให้สามารถทำการได้ตามประเพณี
นายสันต์ชาติกล่าวว่า คนที่เสียชีวิตไม่มีลูกไม่มีภรรยา ได้ติดต่อไปทางญาติแล้วเหลือเพียงพี่สาวคนเดียวอายุมากแล้ว ประมาณ 80 ปี ไปบวชชีพราหมณ์อยู่ที่จังหวัดเลย ไม่สามารถเดินทางมาได้ และได้ขอให้ทางชาวบ้านได้ดำเนินการตามประเพณีของหมู่บ้านตามที่เห็นสมควร ตนเองจึงได้ร่วมกันกับทางคณะกรรมการหมู่บ้าน ชาวบ้าน และหลวงปู่ที่วัด หลวงปู่ก็บอกว่ามีเจ้าภาพอยู่ จึงได้นำศพมาทำการฌาปนกิจตามประเพณีของหมู่บ้าน ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านมาช่วยกันเป็นอย่างดี

