บช.ปส.รวบพ่อค้ายาบ้า ส่งชายแดนใต้ของกลางกว่า 9 แสนมเม็ด มูลค่ากว่า 22 ล้าน
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 19 กรกฎาคม ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปช.) พล.ต.ต.ศุภกิจ ศรีจันทรนนท์ รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.ทนัย อภิชาตเสนีย์ ผบก.สกส.บช.ปส. พล.ต.ต ทนงศักดิ์ ทั่งทอง ผบก.ปส.1 ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา 2 คน ประกอบด้วย นายทินกร กุลยะ อายุ 46 ปี ชาว จ.นครพนม และนายกฤษฎา รอดเจริญพันธ์ อายุ 38 ปี พร้อมกลางยาบ้าจำนวน 450 มัด ประมาณ 902,000 เม็ด มูลค่า 22 ล้านกว่าบาท รถเก๋งจำนวน 2 คัน และโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง โดยจับกุมได้ที่บริเวณทรายแก้วรีสอร์ท เลขที่ 101 หมู่ 2 ต.หนองไทร อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี
พล.ต.ต.ศุภกิจกล่าวว่า สืบเนื่องจาก บก.สกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด ได้ติดตามกลุ่มผู้ต้องหาทั้งสองคนพร้อมกับพวกที่หลบหนี ซึ่งได้ลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ทางด้านจังหวัดนครพนม เพื่อนำไปส่งยัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ติดตามตลอดเส้นทาง จนมาพบผู้ต้องหาหลบหนีมาหลบซ่อนอยู่ที่เกิดเหตุดังกล่าว
พล.ต.ต.ทนัยกล่าวว่า ยาบ้าทั้งหมดมาจากประเทศพม่าลำเลียงผ่านมาทางประเทศลาวแล้วนำมาขึ้นที่อำเภอท่าอุเทน จ.นครพนม หลังจากนั้นผู้ต้องหาทั้งสองได้ขนลำเลียงผ่านทางอีสาน โดยมีนายกฤษฎาเป็นคนขับรถนำขบวน เพื่อคอยแจ้งให้นายทินกร ว่าจุดใดมีด่านตรวจและเลี่ยงเส้นทางนั้น จนเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายกฤษฎา ได้ที่ด่านจ.สุราษฎร์ธานี จนเป็นเหตุให้จับกุมนายทินกร ได้ในรีสอร์ทดังกล่าว
พล.ต.ต.ทนัยกล่าวต่อว่า นายทินกรอดีตเคยไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้มาก่อนและมีฐานะร่ำรวย แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจ จนทำให้มาขนส่งลำเลียงยาเสพติด ซึ่งทั้งคู่เคยใช้วิธีดังกล่าวลำเลียงยาบ้ามาแล้ว 3-4 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ถ้ายาบ้าทั้งหมดถ้าเข้าสู่ภาคใต้แล้วจะถูกนำมาใช้ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.3 เพือดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

