“พงศพัศ”เร่งขับเคลื่อนปฏิรูปตร. เล็งย้ายหน.หน่วยบกพร่อง คลอดกฎก.ตร.ใหม่ ลบภาพซื้อขายเก้าอี้

19.07.16 | 14:48 น.
พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร.

เมื่่อวันที่ 19 กรกฎาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตรำวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนและประสานงานการปฏิรูปองค์กรตำรวจ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เร่งรัดให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องปฏิรูปกระบวนการทำงานในส่วนต่างๆ ของตนเองอย่างเต็มที่ มีอยู่ 10 ประเด็น และจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกรอบระยะเวลาทั้ง 3 ช่วง คือ ระยะเร่งด่วน 1 ปี ระยะกลาง 5 ปี และระยะยาว 20 ปี ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) ที่ต้องการเห็นการเพิ่มประสิทธิภาพ ทั้งด้านการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของสังคม การป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การให้บริการประชาชน และการอำนวยความยุติธรรมในระดับสถานีตำรวจ

พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวถึงแนวทางการปฏิรูปว่า มีอยู่ 10 ประเด็นประกอบด้วย การปรับปรุงการบริหารงานบุคคล การกระจายอำนาจการปฏิบัติงาน การพัฒนาระบบงานสอบสวนและการบังคับใช้กฎหมาย ค่าตอบแทนและสวัสดิการ การจัดหาอุปกรณ์ประจำกายและประจำหน่วยที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงาน การป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น การสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและการทำงานร่วมกับท้องถิ่น การจัดระบบนิติวิทยาศาสตร์เพื่อช่วยเหลืองานด้านการอำนวยความยุติธรรม การสรรหาและฝึกอบรมข้าราชการตำรวจให้มีความพร้อมในการทำงาน และการถ่ายโอนภารกิจที่ไม่ใช่งานในหน้าที่หลักของ ตร.

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรอบระยะเวลาในการดำเนินการ พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า การปฏิรูปในทุกประเด็นต้องขับเคลื่อนไปพร้อมๆกัน มีแนวทางและขั้นตอนการดำเนินการที่ชัดเจนอยู่แล้ว ตนในฐานะเป็นหัวหน้าคณะทำงานฯขอยืนยันว่า ผบ.ตร.กล่าวไว้ชัดเจนอยู่แล้วในการประชุมเชิงปฏิบัติการต่อหน้าหัวหน้าหน่วยทุกระดับว่า หากพบว่าหัวหน้าหน่วยคนใดไม่ดำเนินการตามแนวทางและกรอบระยะเวลาของการปฏิรูปที่กำหนดไว้จะพิจารณาข้อบกพร่อง และหากจำเป็นจะพิจารณาโยกย้าย พร้อมทั้งสรรหาผู้อื่นเข้ามาทำหน้าที่แทน เนื่องจากการปฏิรูปเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนในทุกๆประเด็น

ผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นการแต่งตั้งโยกย้ายที่ยังคงมีข่าวเรื่องของการซื้อขายตำแหน่งมาโดยตลอด พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ไม่มีใครนิ่งนอนใจและเป็นเรื่องที่อยู่ในประเด็นการปฏิรูปการบริหารงานบุคคลอยู่แล้ว ล่าสุดมีการจัดทำกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2559 ขึ้นมาใหม่ และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่16กรกฎาคมที่ผ่านมา จะช่วยให้เส้นทางการเจริญเติบโตของข้าราชการตำรวจในทุกระดับและทุกสายงานมีความชัดเจนมากขึ้น ส่วนการแต่งตั้งในระดับผบ.หมู่ถึงรองสว.ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ และถือเป็นกำลังพลส่วนใหญ่ที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดกับประชาชน ผบ.ตร. เปิดโอกาสให้ทุกคนกลับไปทำงานในภูมิลำเนาหรือใกล้ภูมิลำเนาให้มากที่สุด นอกจากจะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนแล้ว ยังช่วยให้การทำงานมีความผูกพันกับพื้นที่และประชาชนมากขึ้นด้วย

ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าการปฏิรูปการทำงานของพนักงานสอบสวนในระดับสถานีตำรวจ พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ขณะนี้จัดให้มีพนักงานสอบสวนอย่างเพียงพอต่อการรับแจ้งและเสร็จสิ้นในจุดเดียวจำนวน 500 สถานีทั่วประเทศ มีการบูรณาการการทำงานของพนักงานสอบสวน ฝ่ายสืบสวน และฝ่ายสนับสนุน เพื่อให้การสอบสวนอำนวยความยุติธรรมในเบื้องต้นเป็นไปด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม และเท่าเทียม อย่างแท้จริง มีการฝึกอบรมพนักงานสอบสวนอย่างต่อเนื่อง มีผู้บังคับบัญชาคอยควบคุมกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดข้อบกพร่องหรือความเสียหายที่จะเป็นการทำลายความเชื่อมั่นและเชื่อถือไว้วางใจจากประชาชนโดยทั่วไปดังเช่นหลายๆคดีที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

Advertisement