น้าเขยหื่นขืนหลานเมียวัย 16 สารภาพแค้น เพราะเคยโดนแม่ของเด็กต่อว่า

8.05.20 | 14:11 น.

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่กองปราบปราม(บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.สั่งการ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป.,ร.ต.อ.สุขสิทธิ์ ประเสริฐ สว.กก.5 บก.ป.นำกำลังจับกุมนายวิเชียร (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ 1087/2547 ลงวันที่ 2 ต.ค.47 ข้อหา “พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร, ข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่นซึ่งมิใช้ภรรยาตนโดยใช้กำลังประทุษร้าย” ได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

สืบเนื่องจากระหว่างปี 2544-2546 นายวิเชียร ยังมีบ้านพักอยู่ใกล้กับบ้านพักของ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นหลานเมีย ซึ่งปกติ พ่อแม่ของ น.ส.เอ กับภรรยานายวิเชียร จะรับจ้างเข็นผักอยู่ในตลาดสดเทศบาลเมืองนครปฐมด้วยกัน โดยจะออกไปทำงานกันตั้งแต่กลางดึกจนถึงช่วงสาย ทำให้ น.ส.เอ อยู่บ้านพักเพียงลำพัง เมื่อสบโอกาส นายวิเชียรจึงบุกเข้ามาถึงห้องพัก ใช้กำลังบังคับข่มขืน น.ส.เอ จนสำเร็จความใคร่ พร้อมข่มขู่ห้ามนำเรื่องไปบอกใคร ไม่เช่นนั้นจะฆ่าให้ตาย ผู้เสียหายเกิดความกลัว จึงไม่กล้าเล่าให้ผู้ปกครองฟัง ผู้ต้องหาจึงฉวยโอกาสทุกครั้งที่ไม่มีใครอยู่บ้านบังคับให้น.ส.เอ มาหาที่บ้านพักตนและใช้กำลังข่มขืนเรื่อยมา


ต่อมาผู้ปกครองของ น.ส.เอ สังเกตว่าลูกสาวมีอาการเซื่องซึม จึงสอบถามจนทราบความจริง ก่อนพาเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองนครปฐม จนมีการออกหมายจับ กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทราบว่า ปัจจุบันนายวิเชียร ได้เปิดร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ อยู่ในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงเข้าจับกุมได้ดังกล่าว

สอบสวนนายวิเชียรให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุตนไปนั่งดื่มเหล้าอยู่ที่บ้านพักของ น.ส.เอ ระหว่างนั้นได้พูดจาหยอกล้อกัน จนทำให้แม่ของ น.ส.เอ ไม่พอใจและต่อว่าตน จึงทำให้เกิดความแค้น เมื่อสบโอกาสจึงแอบเข้าไปก่อเหตุดังกล่าว กระทั่งรู้ว่าผู้เสียหาย แจ้งความ จึงหลบหนีไปทำงานตามจังหวัดต่างๆ เรื่อยมา เป็นเวลาเกือบ 20 ปี ก่อนจะกลับมาเปิดร้านซ่อมจักรยานยนต์ที่บ้านพักจนถูกจับกุมในที่สุด จึงส่งตัวให้สภ.เมืองนครปฐม ดำเนินคดีต่อไป