เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. เปิดถึงกรณีที่พนักงานสอบสวนในคดีครูและศิลย์เก่าข่มขืนนักเรียนชั้นม.2 ในจังหวัดมุกดาหารที่มีนามสกุลเหมือนกัน ทำให้สังคมเกิดความกังวลในเรื่องความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย ว่า จากการตรวจสอบยืนยันว่าพนักงานสอบสวนคนดังกล่าวไม่ได้เป็นญาติหรือเพื่อน กับผู้ต้องหาแต่อย่างใด เป็นการบังเอิญที่นามสกุลเหมือนกัน และยังไม่ถึงขั้นที่จะต้องเปลี่ยนพนักงานสอบสวน ต่อให้เป็นนามสกุลเดียวกันแต่หากมีการเอื้อประโยชน์ ก็ถือว่าไม่ถูกต้อง จะต้องมีการดำเนินคดีทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด
รองโฆษก.ตร. กล่าวอีกว่าไม่ว่าจะเป็นคดีนี้หรือคดีอื่นการอำนวยความยุติธรรมให้ประชาชนก็จะต้องตรงไปตรงมา ยืนยันว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย อีกทั้งเรื่องนี้เป็นที่สนใจของสังคม ที่ผ่านมาตำรวจมีการแจ้งข้อหากับผู้ต้องหาทั้ง 7 คน แต่ละข้อหามีอัตราโทษสูงถึง 10 ปี การดำเนินการต่างๆไม่ว่าจะมีความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง ก็อยู่ในกรอบเวลาไม่เกิน 84 วัน ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาที่มีนามสกุลเหมือนกับตำรวจรู้ความเคลื่อนไหวของพนักงานสอบสวนนั้น เพราะคดีนี้เป็นคดีสำคัญมีการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะชนตรงไปตรงมาตลอด จึงเป็นเหตุให้ผู้ต้องหารู้ขั้นตอนของกฎหมาย จึงมีการไปมอบตัวต่อตำรวจ

