รองโฆษกอัยการเปิดขั้นตอน วิ.อาญา 237 ทวิป้องกันเจ้าทุกข์ กรณี5ครูหื่นมุกดาหาร

14.05.20 | 14:08 น.

รองโฆษก อสส.เปิดขั้นตอนสืบพยานล่วงหน้า ตาม วิ.อาญา 237ทวิ กฎหมายให้ทำได้ป้องกันปัญหาข่มขู่วิ่งเต้น เผย คดีครูข่มขืนเด็ก ยุติธรรมจังหวัดประสานอัยการจังหวัดมุกดาหารเเล้ว

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกฎหมายในคดีครูเเละศิษย์เก่ารวมกันล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงนักเรียนชั้นม.2และม.4ในโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดมุกดาหาร เกี่ยวกับการสืบพยานล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 237 ทวิ ว่าคดีนี้ได้รับเเจ้งจาก นายธีระศักดิ์ พลอยเพชร อัยการจังหวัดมุกดาหาร ว่าคดีนี้สำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร ได้มอบหมายให้มีอัยการไปร่วมสอบสวนปากคำผู้เสียหายเนื่องจากผู้เสียหายในคดีนี้เป็นเด็กอายุไม่เกิน 18 ปีซึ่งการสอบปากคำจะต้องกระทำต่อหน้าพนักงานอัยการ,นักจิตวิทยานักสังคมสงเคราะห์และ ผู้ที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเยาวชนไว้ใจกับพนักงานสอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ส่วนเรื่องการสืบพยานล่วงหน้านั้นทางยุติธรรมจังหวัดมุกดาหารได้มีการประสานเบื้องต้นมายังอัยการจังหวัดมุกดาหารเรียบร้อยแล้วว่าจะมีการยื่นคำขอให้อัยการยื่นศาลขอสืบพยานล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 237 ทวิ ซึ่งตามกฏหมายดังกล่าวเมื่อพนักงานอัยการได้รับคำร้องจากพนักงานสอบสวนหรือผู้เสียหายขอให้สืบพยานล่วงหน้าก่อนที่จะมีการฟ้องคดี อัยการก็จะพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายว่าเข้าเงื่อนไขที่จะยื่นขอศาลสืบพยานล่วงหน้าหรือไม่

โดยหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 237 ทวิ มีอยู่5ข้อ
คือ

1.พยานจะเดินทางไปต่างประเทศเช่นกรณีที่พยานเป็นนักท่องเที่ยวหรือชาวต่างประเทศที่จะเดินทางกลับประเทศ
2.พยานมีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง
3.พยานซึ่งมีที่อยู่ไกลจากศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดี ซึ่งในปัจจุบันกรณีเเบบนี้จะไม่เป็นปัญหาเพราะจะมีวิธีการสืบพยานผ่านจอภาพได้ เเต่กฎหมายยังเขียนไว้อยู่ 4.กรณีที่พยานที่จะนำเข้าสืบจะเป็นการยากที่จะนำเข้าสืบภายหลังหากมีการฟ้องคดียกตัวอย่างเช่นพยานที่เห็นเหตุการณ์เป็นโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งซึ่งอาจจะไม่สามารถเบิกความได้หรือเสียชีวิตก่อนหากมีการฟ้องคดีในภายหลัง 5. กรณีที่หากไม่นำพยานเข้าสืบพยานอาจจะถูกยุ่งเหยิงจากผู้กระทำความผิดไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมเช่นกรณีครู,อาจารย์ตกเป็นผู้ต้องหาข่มขืนลูกศิษย์ ได้รับการประกันตัวมีโอกาสที่จะไปข่มขู่หรือวิ่งเต้นกับผู้เสียหายหรือคนในชุมชน กรณีอย่างนี้จึงต้องรีบสืบพยานไว้ล่วงหน้า

โดยกรณีที่เข้าหลักเกณฑ์1ใน5ข้อนี้สามารถให้อัยการยื่นศาลขอสืบพยานล่วงหน้าได้

โดยในทางปฏิบัติหากอัยการได้รับคำร้องจากพนักงานสอบสวน,ผู้เสียหายและเข้าเกณฑ์เงื่อนไขการสืบพยานล่วงหน้าทางพนักงานอัยการจะยื่นคำร้องต่อศาลในท้องที่ที่เกิดเหตุโดยระบุรายละเอียดการกล่าวหาอย่างย่อให้ศาลได้ทราบ เเละอ้างเหตุตามกฎหมาย1ใน5ข้อที่กล่าวข้างต้น เมื่อศาลพิจารณาแล้วเข้าเงื่อนไข กฎหมายเขียนไว้ว่าศาลจะต้องสั่งสืบพยานล่วงหน้าทันที ซึ่งในกรณีที่มีผู้ต้องหาศาลจะสอบถามผู้ต้องหาว่ามีทนายความหรือไม่ถ้าไม่มีทนายความศาลจะมีคำสั่งแต่งตั้งทนายความให้เพื่อให้มีทนายความคอยซักค้านในการสืบพยานล่วงหน้าไม่ให้มีการได้เปรียบเสียเปรียบกัน แต่ในกรณีฉุกเฉินที่ไม่สามารถตั้งทนายความได้ทันกฎหมายก็ให้อำนาจศาลในการถามพยานแทนผู้ต้องหาได้ด้วย เพื่อให้เกิดความยุติธรรมทั้งสองฝ่าย ส่วนเมื่อสืบพยานล่วงหน้าเสร็จสิ้นศาลก็จะอ่านผลการสืบพยานให้ผู้ต้องหาได้ทราบ หากมีการยื่นฟ้องภายหลังก็จะนำสิ่งที่สืบพยานไว้ล่วงหน้าก็นำมาร่วมพิจารณาได้ เเต่หากสั่งไม่ฟ้องที่สืบล่วงหน้าไว้ก็ให้ทิ้งไป

Advertisement