ปส.จับยานรก 6 คดีฉวยโอกาสช่วงโควิดระบาด พบโจ๋18 สั่งยาดาร์กเว็บ อัดเม็ดขายเอง

15.05.20 | 12:06 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 พฤษภาคม ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.) พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร.พร้อม พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส.,พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส.,พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ ผบก.ปส.1,พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผบก.ปส.2,พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบก.ปส.3,พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ นาวิน ผบก.ปส.4,พล.ต.ต.บัณฑิต ทิศาภาค ผบก.สกส.และ พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3 ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดพร้อมของกลางยาบ้า 1,240,000 เม็ด,ไอซ์ 134 กิโลกรัม,ยาอีหรือเอ็กซ์ตาซี่ 6,000 เม็ด และกัญชา 200 กิโลกรัม

พล.ต.ต.วัชรินทร์ กล่าวว่า คดีที่ 1 จับกุมนายประศมา รอบคอบ อายุ 21 ปี,นายชนเดช ทิพย์เสนา อายุ 30 ปี และนายคุณวุฒิ ภานุรักษ์ อายุ 34 ปี พร้อมของกลาง ไอซ์ 120 กิโลกรัม,รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ ฟอร์ด รุ่นเฟียสต้า สีส้ม,รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ มาสด้า รุ่นมาสด้า 2 สีขาว ได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 444/11 หมู่บ้านพฤกษา ม.1 ต.มิตรภาพ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ต่อเนื่องด่านตรวจยานพาหนะสีคิ้ว ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา


สืบเนื่องจากชุดจับกุมสืบสวนทราบว่ามีกลุ่มผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากนายทุนพ่อค้ายามาจากพื้นที่ชายแดนจังหวัดนครพนม เพื่อนไม่ส่งมอบให้กับลูกค้าในเขตพื้นที่ภาคกลางก่อนสกัดกั้นรถต้องสงสัยได้ที่ด่านสีคิ้ว ตรวจสอบภายในพบกระสอบปุ๋ยซุกซ่อนภายในห้องโดยสารรถยนต์มียาเสพติดของกลางดังกล่าว จึงยึดของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีผู้ต้องหาฐาน“ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนขยายผลออกหมายจับบุคคลในเครือข่ายต่อไป

พล.ต.ต.วัชรินทร์ กล่าวว่า คดีที่ 2 จับกุมนายวรพงศ์ แสงเนตร อายุ 29 ปี,นายอภิเดช วงศ์เปรม อายุ 22 ปี ,นายตฤณ จันทรังศรี อายุ 22 ปี และ น.ส.สุกัญญา จันทร์หล้าฟ้า อายุ 18 ปี พร้อมของกลางกัญชาอัดแท่ง 200 กิโลกรัม,รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวิช,รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส และเงินสด 4,300 บาท จับกุมได้ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.วังสามหมอ ต.วังสามหมอ อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี ต่อเนื่องถนนบ้านดงบัง หมู่ที่ 5 ต.ดงสมบูรณ์ อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์

สืบเนื่องจากชุดจับกุมสืบสวนพบว่ามีเครือข่ายยาเสพติด ลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำไปส่งและจำหน่ายในพื้นที่ภาคกลาง ก่อนจะพบรถยนต์ต้องสงสัย 2 คัน ขับไปที่บริเวณริมแม่น้ำโขง อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ แล้วรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวิช ได้แวะจอดเติมน้ำมันที่ปั๊มใน อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นรถยนต์ พบกัญชาบรรจุในกระสอบ 11 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 200 กิโลกรัม อยู่ภายในรถยนต์คันดังกล่าว จึงยึดไว้เป็นของกลาง ส่วนตำรวจอีกชุดได้ติดตามรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส จนถึงบริเวณถนนบ้านดงบัง จ.กาฬสินธุ์ จึงแสดงตัวขอตรวจค้นจับกุมในข้อหา”ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดี

Advertisement

พล.ต.ต.วัชรินทร์ กล่าวอีกว่า จากการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้ที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายนักค้ายาเสพติดในพื้นที่คลองเตย กรุงเทพฯ ซึ่งได้ลักลอบนำยาเสพติดหลายประเภทจากชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่พื้นที่ตอนใน โดยอาศัยสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ฉวยโอกาสในการกระทำความผิด

พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ กล่าวว่า คดีที่ 3 จับกุม นายภานุกร ภักดี อายุ 25 ปี และนายกฤชรัช สิริธนจินดา อายุ 24 ปี พร้อมของกลาง ไอซ์ 12 กิโลกรัม,ปืน GLOCK 23 พร้อมแม็กกาซีน และเครื่องกระสุนปืน 29 นัด และยึดรถยนต์ ยี่ห้อ เมอซิเดส เบนซ์ สีดำ กับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รวมมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 750,000 บาทไว้เพื่อตรวจสอบ โดยจับกุมได้บ้านเลขที่ 136/16 ม.4 ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

สืบเนื่องจากชุดจับกุมสืบสวนพบว่ามีเครือข่ายค้ายาเสพติดผ่านโลกออนไลน์ในพื้นที่ จ.สงขลา โดยจะส่งยาเสพติดจากพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผ่านบริษัทขนส่งเอกชน ไปเก็บซุกซ่อนยังบ้านเลขที่ 136/16 ม.4 ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จึงเฝ้าติดตามพฤติการณ์กระทั่งพบนายกฤชรัช กับนายภานุกร ที่บ้านหลังดังกล่าว จึงเข้าตรวจค้น พบยาเสพติดของกลางซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าในช่องเก็บของห้องครัวบ้านหลังดังกล่าว จึงจับกุมดำเนินคดีฐาน “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต”และแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายภานุกร ฐาน“มีอาวุธปืนมีทะเบียนซึ่งเป็นของบุคคลอื่นและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.4

พล.ต.ต.วัชระ กล่าวว่า คดีที่ 4 จับกุมนายชัยวัฒน์ คำตรง อายุ 18 ปีพร้อมของกลาง ยาอีหรือเอ็กซ์ตาซี่) 6,000 เม็ด และอาวุธปืน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน ได้ที่หน้าที่ทำการนิติบุคคลคอนโดแห่งหนึ่งย่านเมืองทองธานี ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ภายหลังชุดจับกุมพบว่ามีพัสดุระหว่างประเทศต้องสงสัย ต้นทางประเทศเนเธอร์แลนด์ 6 ชิ้น เมื่อตรวจสอบพบยาอี 6,000 เม็ด จึงขยายผลจับกุมนายชัยวัฒน์ ขณะเข้ามาติดต่อขอรับพัสดุที่คอนโดดังกล่าว

พล.ต.ต.วัชระ กล่าวต่อ เมื่อสอบสวนทราบว่านายชัยวัฒน์ ได้สั่งซื้อยาเสพติดผ่าน ดาร์กเว็บ(Darkweb) โดยใช้สกุลเงินดิจิตอลชำระค่ายาเสพติด และยังสั่งอุปกรณ์เครื่องปั้มเม็ดยามาจากประเทศจีน เพื่อนำมาอัดเม็ดยาใหม่เป็นโลโก้ตนเองที่ออกแบบไว้ก่อนจำหน่ายให้กับลูกค้าในประเทศไทย จึงแจ้งข้อหา “นำยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาอีหรือเอ็กซ์ตาซี่) เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอีหรือเอ็กซ์ตาซี่) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดี

พล.ต.ต.วัชระ กล่าวว่า คดีที่ 5 จับกุมนายซีฮาสือมูดิง หะยีเจ๊ะเด็ง อายุ 38 ปี,น.ส.อัสนะห์ ดาแม อายุ 34 ปี และนายมาหะมะซาฮารี ตาเย๊ะ อายุ 31 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 1,040,000 เม็ด จับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 99/1685 หมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง ซ.นักกีฬาแหลมทอง 1 แยก 3 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ ต่อเนื่องบ้านเลขที่ 61/1 ม.5 ต.เฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

สืบเนื่องจากนายมาหะมะซาฮารี หรือ มัง จะลักลอบนำยาเสพติดจากพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาเก็บพักคอยไว้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อนำไปจำหน่ายในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้และประเทศเพื่อนบ้าน ชุดจับกุมจึงสืบสวนติดตามพฤติการณ์ของกลุ่มดังกล่าวเรื่อยมา ก่อนได้รับแจ้งว่ากลุ่มนายมาหะมะซาฮารี ได้นำยาเสพติดมาเก็บรักษาไว้ที่บ้านพักในเขตสะพานสูง แล้วพบนายซีฮาสือมูดิง และ น.ส.อัสนะห์ ถือกล่องลังกระดาษ, กระดาษฟรอยด์ และเทปกาวจำนวนมากเข้ามา เมื่อทั้งคู่กำลังออกจากบ้าน จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นภายในบ้านพบยาบ้าดังกล่าวบรรจุในกล่องพัสดุไปรษณีย์เตรียมส่งมอบให้ผู้อื่นเพื่อลำเลียงไปที่ จ.นราธิวาส จึงจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองเพื่อขยายผลจับกุมนายมาหะมะซาฮารี ได้ที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส พร้อมยึดทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ รวมมูลค่าประมาณ 800,000 บาท ก่อนดำเนินคดีฐาน “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”

พล.ต.ต.วัชระ กล่าวว่า คดีที่ 6 จับกุมนายฐาปกรณ์ ศรีสุข อายุ 21 ปี และนายณรงค์ศักดิ์ รัตนพันธ์ อายุ 33 ปี ได้พร้อมของกลางยาบ้า 200,000 เม็ด ไอซ์ 2 กิโลกรัม จับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 30 ถ.ท่าพลา อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี ต่อเนื่องศาลเจ้าเตียวหู้เทียนซือกง อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี

คดีนี้ตำรวจขยายผลจับกุมผู้ต้องหาพร้อมยาบ้า 200,000 เม็ด ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทราบว่าผู้สั่งการคือนายวีรวุฒิ จิตรทาน ชุดจับกุมจึงเข้าตรวจค้นที่พักอาศัยของนายวีรวุฒิ พบเอกสารสำเนาใบส่งของบริษัทขนส่งพัสดุภัณฑ์เอกชนแห่งหนึ่งใน จ.นครสวรรค์ ก่อนจะตรวจสอบพัสดุดังกล่าวพบเป็นยาบ้า 200,000 เม็ด และไอซ์ 2 กิโลกรัม บรรจุในถุงชาซุกซ่อนในลำโพงเครื่องเสียง 2 ตู้ แล้วสืบสวนขยายผลจนสามารถจับกุมนายฐาปกรณ์ ได้ที่ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี ขณะลงชื่อรับพัสดุ และได้ติดตามจับกุมนายณรงศักดิ์ ขณะมารับกล่องพัสดุขึ้นรถ ที่บริเวณศาลเจ้าเตียวหู้เทียนซือกง จึงนำส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดีฐาน “ร่วมกันกับพวกมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต”