สธ.เปิด 3 ฉากทัศน์ เสนอต่อที่ประชุม ศบค. ได้ข้อสรุปว่า ไทยต้องเลือก “ฉากทัศน์ที่ 2 “

15.05.20 | 14:29 น.

 สธ.เปิด 3 ฉากทัศน์ เสนอต่อที่ประชุม ศบค. ได้ข้อสรุปว่า ไทยต้องเลือก “ฉากทัศน์ที่ 2 “

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ที่ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล “โควิด-19” ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) แถลงข่าวความคืบหน้าของสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ทาง นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) คาดการณ์รูปแบบการระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยเป็น 3 ฉากทัศน์ โดยเปรียบเทียบภาพการระบาดจนถึงเดือนกันยายน แบ่งเป็น

ฉากทัศน์ที่ 1 หากยังคงมีการใช้พระราชกำหนด(พ.ร.ก.)การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และยังคงปิดสถานที่ต่างๆไว้ คาดการณ์ได้ว่าจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ประมาณ 15 ราย/วัน มีรายงานผู้ติดเชื้อใหม่ประมาณ 3 ราย/วัน และมีความชุกของผู้ป่วยวิกฤติประมาณ 15 ราย

ฉากทัศน์ที่ 2 มาตรการผ่อนปรนในระยะต่างๆ คาดการณ์ได้ว่าจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ประมาณ 144 ราย/วัน มีรายงานผู้ติดเชื้อใหม่ประมาณ 24 ราย/วัน และมีความชุกของผู้ป่วยวิกฤติประมาณ 105 ราย

ฉากทัศน์ที่ 3 มาตรการผ่อนปรนอย่างมาก เปิดทุกกิจการ/กิจกรรม คาดการณ์ได้ว่าจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ประมาณ 398 ราย/วัน มีรายงานผู้ติดเชื้อใหม่ประมาณ 65 ราย/วัน และมีความชุกของผู้ป่วยวิกฤติประมาณ 289 ราย

Advertisement

“เราจะเลือกฉากทัศน์ที่ 2 น่าจะดีที่สุด โดยรูปแบบของการระบาดของโรค ติดเชื้อโควิด-19 โดยหลังจากวันนี้เป็นต้นไป จะมีการแพร่กระจายเชื้อในชุมชนพุ่งขึ้น แต่หากมีการลดการแพร่กระจายในชุมชนได้ดีที่สุดคือ 70% ขึ้นไป จะเป็นการกดจำนวนผู้ป่วยไม่ให้สูงขึ้นได้ ซึ่งเป็นจำนวนที่พึงประสงค์ ” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า สรุปบทเรียนจากแบบจำลองสถานการณ์ระบาดวิทยาในระดับประเทศ 1.ประสิทธิผลของมาตรการเข้มขั้นระยะสั้น ลดอัตราการแพร่กระจายเชื้อในชุมชนลงเป็น 77% ของอัตราการแพร่กระจายเชื้อในชุมชนในระยะก่อนมีมาตรการเข้มข้นระยะสั้น ช่วยให้ประเทศไทยสามารถหลีกเสี่ยงการการระบาดใหญ่ในเดือนเมษายน

2.มาตรการควบคุมโรคในระยะผ่อนคลาย ต้องมีประสิทธิผลจึงจะไม่กิดการระบาดใหม่ซ้ำ หลังผ่อนคลายมาตรการ ต้องติดตามให้การแพร่กระจายเชื้อในชุมชนให้ต่ำกว่า 50% ของอัตราการแพร่กระจายเชื้อในชุมชนในระยะก่อนมีมาตรการเข้มขั้นระยะสั้น 3.มาตรการควบคุมโรคด้วยการกักโรคและการแยกโรค (Quarantine & Isolation) ส่งผลต่อการควบคุมการระบาดได้มากที่สุด หลังผ่อนคลายมาตรการ จำเป็นต้องนั้นการเพิ่มขีดความสามารถของ “trace, test, treat” ให้มากยิ่งขึ้น ได้แก่ trace=ค้นหา test=ทดสอบ และ treat=รักษา ซึ่งเป็นปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญ