สาวแสบตุ๋นเหยื่อขายแมสก์เชิดเงินหนี พร้อมปล่อยกู้ให้เหยื่อเปิดบัญชีโอนเงินเข้ากันสาวถึง

15.05.20 | 15:26 น.

สาวแสบหัวหมอตุ๋นเหยื่อขายแมสก์เชิดเงินหนี พร้อมหลอกปล่อยเงินกู้ให้เหยื่อเปิดบช.เงินไว้คอยรับโอนไม่ให้สาวถึงตัว

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.)พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป.,ร.ต.อ.สุขสิทธิ์ ประเสริฐ สว.กก.5 บก.ป.พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป.จับกุม น.ส.ศิริพร สุวรรณ อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงนครราชสีมาในข้อหาฉ้อโกงผู้อื่น จับกุมได้ที่ห้องเช่าหลังโรงแรมสีมาธานี อ.เมือง จ.นครราชสีมา

ทั้งนี้เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีผู้เสียหายซึ่งเป็นพยาบาลโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ราชบุรี แจ้งความกับตำรวจว่าถูกคนร้ายซึ่งใช้ไลน์ชื่อ “สั่งซื้อสอบถาม” หลอกขายหน้ากากอนามัย เป็นเงินจำนวนหนึ่งหมื่นบาท โดยหลังโอนเงินไปก็ไม่สามารถติดต่อได้อีก พร้อมกันนี้ผู้เสียหายได้ร้องเรียนมาที่เฟซบุ๊กกองปราบปรามให้ช่วยติดตามคนร้ายอีกทางหนึ่ง ตำรวจ กก.5 บก.ป.จึงสืบสวนจนทราบว่า น.ส.ศิริพร เป็นผู้ที่หลอกลวงเหยื่อหลายสิบรายทั่วประเทศ และยังมีผู้เสียหายอีกหลายสิบรายที่ยังไม่ได้แจ้งความ รวมมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท

นอกจากนี้พบว่าคนร้ายได้เปิดเฟซบุ๊กชื่อ “ภัชกุล เจ้ไก่” ไว้ปล่อยเงินกู้ หากลูกหนี้รายใดที่ต้องการกู้เงินต้องถ่ายรูปบัตรประชาชนส่งให้น.ส.ศิริพร แล้วจะนัดหมายทำสัญญาเงินกู้ที่ห้างดังกลางเมืองโคราช โดยลูกหนี้เงินกู้ไปเปิดบัญชีธนาคาร พร้อมทำบัตรATM และซื้อซิมการ์ดโทรศัพท์พร้อมลงทะเบียนชื่อลูกหนี้เงินกู้มาให้ ซึ่งน.ส.ศิริพร จะนำบัญชีธนาคารที่ได้มา ไปหลอกลูกค้าที่สั่งซื้อหน้ากากอนามัยให้โอนมาบัญชีธนาคารลูกหนี้เงินกู้ที่ตนเองถืออยู่ เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบถึงตัวเองได้ จากการตรวจสอบ บัญชีธนาคารที่ น.ส.ศิริพร นำมาโกงลูกค้ามีเงินหมุนเวียนในแต่ละบัญชีไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท รวม 5 บัญชี ประมาณ 500,000 บาท ก่อนทราบว่า น.ส.ศิริพร ได้มากบดานอยู่ที่ห้องเช่ากลางเมืองโคราชจึงเข้าจับกุมได้ดังกล่าว

สอบสวน น.ส.ศิริพร ให้การรับสารภาพว่าตนเองได้กระทำผิดจริง เมื่อเหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีที่ตนให้ลูกหนี้เงินกู้เปิดแล้ว จะโอนเงินดังกล่าวไปบัญชีบุคคลอื่นที่ตนเองมีอยู่อีก 2 บัญชี แล้วจึงถอนเงินออกมาเพื่อพรางตนเอง ซึ่งเจ้าหน้าที่พบว่า น.ส.ศิริพร จะใช้ชื่อในการรับส่งสินค้าออนไลน์เป็นชื่อบุคคลอื่นเพื่อไม่ให้ติดตามถึงตนเองได้ เมื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรม พบว่าผู้ต้องหาเคยถูกจับกุมคดีฉ้อโกงปี 2556 ท้องที่ สภ.โชคชัย และยังมีหมายจับคดีฉ้อโกง ท้องที่ สภ.ครบุรี อีก 1 หมายจับ จึงคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี