เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ให้สัมภาษณ์กรณีความขัดแย้งในระบบสาธารณสุขที่กังวลว่าจะมีการล้มระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า(บัตรทอง) ทางอ้อมนำไปสู่ระบบอนาถา ภายในงานเวทีวิชาการพัฒนาระบบปฐมภูมิและสุขภาพชุมชน ว่า ไม่มีใครจะล้มบัตรทอง ไม่ต้องกังวล ความเห็นต่างมีอยู่แล้ว ขนาดลูกแฝด ความคิดเห็นยังไม่เหมือนกัน ยังขัดแย้งกันเลย จึงเป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องเล็กน้อย เหมือนกระแสน้ำใหญ่ขณะนี้ ย่อมต้องมีการป่วน การวนบ้างเป็นธรรมดา ซึ่งระบบสุขภาพก็ยังต้องเดินต่อไป เพราะกระแสใหญ่ก็ต้องเดินไป เพียงแต่อาจมีความเข้าใจผิดกันบ้าง แต่สักพักก็จะลงตัวเอง
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้เกิดความกังวลในระบบสุขภาพว่า จะมีการปรับเปลี่ยนระบบหลักประกันสุขภาพฯ แยกคนจนคนรวย ศ.นพ.ประเวศ กล่าวว่า คนควรมีศักดิ์ศรีความเป็นคนเท่ากัน อย่าไปคำนึงถึงฐานะทางเศรษฐกิจ คนจนไม่มีศักดิ์ศรี แบบนี้ไม่ได้ ความเป็นคนสำคัญ เป็นหลักการ ระบบหลักประกันสุขภาพฯ เดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปแล้ว สมัยก่อนคนจนจะเข้ารับบริการก็ต้องไปเซนต์เป็นคนไข้อนาถา แต่ปัจจุบันไม่ใช่ คนจนก็มีสิทธิในการรับบริการ เพราะเขาจ่ายภาษีทางอ้อมแล้วเหมือนกัน เนื่องจากทุกคนที่จับจ่ายใช้สอยก็จ่ายภาษีทางอ้อมทั้งนั้น งบประมาณแผ่นดินส่วนใหญ่ก็มาจากตรงนี้
เมื่อถามว่าในร่างรัฐธรรมนูญมีประเด็นเรื่องคนยากไร้จะได้รับบริการสาธารณสุข เป็นการเขียนที่เหมาะสมหรือไม่ ศ.นพ.ประเวศ กล่าวว่า ยังไม่ได้อ่านร่างรัฐธรรมนูญ จึงให้ความเห็นไม่ได้ คิดว่าจะไปอ่านใน 1-2 วันนี้ ก่อนจะไปลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญวันที่ 7 สิงหาคม เพราะหากไม่อ่านไม่ได้ ก็ขอฝากให้ช่วยกันดูให้เดินไปข้างหน้า อย่าถอยหลัง และระบบรัฐรวมศูนย์ไม่ควรเกิดขึ้น ต้องกระจายอำนาจออกไป โดยรัฐออกนโยบาย แต่ฝ่ายปฏิบัตินำไปตัดสินใจใช้ เหมือนระบบร่างกายทำงานอัตโนมัติ จะไปรอให้ใครสั่งไม่ได้ หากทำได้จะลดความขัดแย้งลง
“กระทรวงสาธารณสุข ควรเป็นองค์กรนโยบาย ซึ่งคนละระดับจากพวก ส.ทั้งหลาย ทั้งสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) เพราะพวกนี้เป็นองค์กรปฏิบัติ โดยกระทรวงฯต้องเป็นตัวกำหนดให้ใครทำอะไรต่ออะไร ไม่ใช่คู่แข่งที่จะมาขัดแย้งกัน แต่เป็นองค์กรที่ต้องใช้ประโยชน์จากองค์กรเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด” ราษฎรอาวุโส กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าจากปัญหาที่เกิดขึ้นในกระทรวงฯ มีข้อแนะนำถึงนพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการ สธ.ในการทำงานท่ามกลางความขัดแย้งหรือไม่ ศ.นพ.ประเวศ กล่าวว่า คงไม่ต้องฝากอะไร เพราะนพ.ปิยะสกล เพราะเป็นลูกศิษย์ตน สมัยนั้น ตนทำหน้าที่ดูแลส่งแพทย์ศึกษาต่อ และได้ส่งเขาไปเรียนด้านระบาดวิทยา ที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค ประเทศสหรัฐอเมริกา (US-CDC) หรือซีดีซี
“หมอปิยะสกล เป็นหมอผ่าตัดที่รพ.ศิริราช ผมดูแลเรื่องส่งคนไปเรียน ก็ส่งเขาไปเรียน เพื่อให้เห็นระบบ และหมอปิยะสกล เขาเป็นคนดี เป็นคนมีธรรมะ ไปสังเวชนียสถานกว่า 10 ครั้ง จึงไม่มีปัญหาว่า เป็นคนไม่ดีแต่อย่างใด แต่อาจมี เรื่องโครงสร้างที่อาจติดขัดกันอยู่ ก็ช่วยกันดูไป ถ้าหากเราเป็นคนดี ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง สักพักก็จะลงตัวเอง ที่สำคัญเขามารับตำแหน่งรัฐมนตรีฯ ก็มีหน้าที่มีมิชชั่นเพื่อเชื่อมโยงทั้งหมด ทั้งกระทรวงฯ ทั้ง ส. ต่างๆ ให้เกิดความร่วมมือในการทำงาน โดยเฉพาะในระดับพื้นที่ นี่คือมิชชั่นของเขาดังนั้น อย่าไปกระพือเลย อย่าให้เกิดการทะเลาะกันเลย เราต้องมองไปข้างหน้า” ศ.นพ.ประเวศ กล่าว

