ปวีณา พาแม่ด.ญ.วัย 14 พบตร. หลังถูกหลอกวิดีโอคอลล์ แบล็กเมลล์ขอหลับนอน

15.05.20 | 21:34 น.

ปวีณาพาแม่เด็กหญิงวัย 14 ปี ที่เข้าไปหาคนเลี้ยงดูในเว็บแล้วถูกชายขอเอกสารไปตรวจ พร้อมชวนวีดีโอคอลแบบโป๊เปลือย และนำไปแบล็คเมลล์ขอหลับนอน

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 15 พฤษภาคม นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พาคุณแม่ของเด็กหญองวัย 14 ปี เข้าพบพันตำรวจเอกเติมรัศมิ์ จินดาวัฒน์ ผู้กำกับการ สภ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อแจ้งความเอาผิดกับนายนที สุดสวาท อายุ 39 ปี พนักงานขับรถ ที่ล่อลวงเด็กหญิงวัย 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ ให้แชตวิดีโอคอลแบบโชว์เรือนร่าง แล้วอัดคลิปไว้แบล็คเมลล์ขอหลับนอนกับเด็กนักเรียนหญิง

นางปวีณาเปิดเผยว่า จากข้อมูลเบื้องต้นเด็กนักเรียนหญิงคนนี้ เรียนดีและฉลาดมาก ที่ไหวตัวทันในช่วงแรก ก่อนที่ความเสียหายจะมากกไปกว่านี้ คือเริ่มต้นที่นักเรียนหญิงไปโพสต์ข้อความหาคนเลี้ยงดูในเว็บไซต์หาคู่หาคนเลี้ยงดู เพื่อหวังเงินมาช่วยทางครอบครัวจ่ายค่าเทอม ด้วยความที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนได้รับการติดต่อกลับจากนายนที ผู้ต้องหา มาทางไลน์เสนอให้เงินแต่ต้องขอเอกสารส่วนตัวอย่างเช่น สมุดบัญชีธนาคาร บัตรประชาชน โดยอ้างว่าจะเก็บไว้เป็นข้อมูลในการหาคนมาดูแลหรือเลี้ยงดู และบอกว่าจะโอนเงินหลังจากที่นักเรียนหญิงคุยวีดีโอคอลโชว์เรือนร่างให้ผู้ต้องหาดู ด้วยความต้องการเงินและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเด็กจึงยอมทำตาม แต่หลังจากวีดีโอคอลเสร็จทางผู้ต้องหากลับไม่โอนเงินให้ตามสัญญา


แต่หลังจากนั้นทางผู้ต้องหากลับพยายามชักชวนนักเรียนหญิงออกไปพบข้างนอก แต่เด็กนักเรียนหญิงเริ่มเห็นท่าไม่ดี จึงไม่ยอมออกไปพบตามนัด ทำให้ทางผู้ต้องหาเกิดความไม่พอใจ แล้วส่งรูปโป๊เปลือยของนักเรียนหญิงมาให้เด็กดู แล้วอ้างว่ามีคนนำรูปโป๊ของนักเรียนหญิงมาโพสต์ในเฟสบุ๊คส่วนตัวของน้อง นักเรียนหญิงก็ไม่ได้เชื่อ แต่กลับมั่นใจว่าเป็นฝีมือของผู้ต้องหา เพราะหลังจากนั้นทางผู้ต้องหาได้ส่งรูปหญิงสาวโป๊เปลือยอีกหลายคน มาขู่ว่าหากหนู่ไม่ออกไปพบจะต้องเจอแบบผู้หญิงคนอื่น และจะทำทุกวิถีทางให้นักเรียนหญิงได้รับความเดือดร้อน ทั้งจะบอกเรื่องราวให้ผู้ปกครองทราบ และบอกให้ทางโรงเรียนของน้องทราบถึงเรื่องน้องด้วย

หลังจากน้องถูกรังความอยู่ระยะหนึ่ง กระทั่งทนไม่ไหว จึงได้เข้าปรึกษาทางมูลนิธิปวีณาฯ ให้หาทางช่วยเหลือ จนทางมูลนิธิฯ ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองสมุทรปราการ จนติดตามผู้ก่อเหตุได้ในพื้นที่ กทม. ขณะที่กำลังทำงานอยู่ตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
จากการกระทำของทางผู้ต้องหานั้นเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง 2 มาตรา คือ มาตรา 287/1 ผู้ใดครอบครองสือลามกอนาจารเด็ก พื่อแสวง ประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษ 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งส่งต่อซึ่งสื่อลามกอนาจารด็ก แก่ผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่กินเจ็ดปี หรือปรับไม่กินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ มาตรา 309 ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดฉันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำ การนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับ ไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

Advertisement

ในเบื้องต้น ผู้ต้องหาไม่ยอมเปิดเผยสาเหตุของการก่อเหตุครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่จึงสอบสวนขยายผล ว่ามีใครร่วมขบวการ หรือผลิตสื่อลามกส่งขายให้ใครหรือไม่ เพราะมีความน่าเชื่อว่าทางผู้ต้องหาน่าจะเคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง