“อัยการธนกฤต”เปิดขั้นตอนฟื้นฟูหนี้การบินไทยในศาลล้มละลายกลาง

16.05.20 | 18:04 น.

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลไทย (ทุน ก.พ.) ตามความต้องการของกรมบังคับคดีไปศึกษาต่อกฎหมายที่ประเทศฝรั่งเศส และอดีตเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กรมบังคับคดี กล่าวถึงข้อกฎหมายขั้นตอนกระบวนการในการขอฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ กรณีของการบินไทย ว่าการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ในกรณีของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) การบินไทย ที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ จะอยู่ภายใต้บทบัญญัติในหมวด 3/1 ว่าด้วย กระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการลูกหนี้ ส่วนกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ซึ่งประกอบธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่มีทั้งบุคคลธรรมดา คณะบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทจำกัด และประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินชั่วคราว จะอยู่ภายใต้หมวด 3/2 ว่าด้วย กระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม บทความนี้จึงจะกล่าวถึงเฉพาะกระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้หมวด 3/1 เท่านั้น หลักเกณฑ์ในการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ 1. ลูกหนี้ต้องเป็นบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด หรือนิติบุคคลอื่นตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง 2. ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่สามารถที่จะชำระหนี้ตามกำหนดได้ 3. ลูกหนี้เป็นหนี้เจ้าหนี้คนเดียวหรือหลายคนรวมกันเป็นจำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท 4. มีเหตุอันสมควรและมีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ 5. ไม่เข้าข้อห้ามตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 90/5

บุคคลผู้มีสิทธิยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ (1) เจ้าหนี้ซึ่งอาจเป็นคนเดียวหรือหลายคนรวมกันและมีจำนวนหนี้แน่นอนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท (2) ลูกหนี้ซึ่งมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่สามารถที่จะชำระหนี้ตามกำหนดได้ และเป็นหนี้เจ้าหนี้คนเดียวหรือหลายคนรวมกันเป็นจำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท (3) ธนาคารแห่งประเทศไทย ในกรณีที่ลูกหนี้เป็นธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ (4) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ในกรณีที่ลูกหนี้เป็นบริษัทหลักทรัพย์ (5) กรมการประกันภัย ในกรณีที่ลูกหนี้เป็นบริษัทประกันวินาศภัยหรือบริษัทประกันชีวิต (6) หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลการประกอบกิจการของลูกหนี้ซึ่งเป็นนิติบุคคล หน่วยงานของรัฐและลูกหนี้ดังกล่าวให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งกรณีของการบินไทยจะเข้าตาม (6) นี้ โดยหน่วยงานที่กำกับดูแลการบินไทยตามกฎหมาย ก็คือกระทรวงคมนาคม การที่เจ้าหนี้ของลูกหนี้ตาม (3) (4) (5) หรือ (6) หรือตัวลูกหนี้ จะยื่นคำร้องขอต่อศาลให้มีการฟื้นฟูกิจการจะต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมการประกันภัย หรือหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ตาม (6) แล้วแต่กรณี ในกรณีของการบินไทย การยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการจึงต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากกระทรวงคมนาคมเสียก่อน


รายละเอียดที่ต้องระบุในคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ คำร้องขอเพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ จะต้องระบุโดยชัดแจ้งถึง (1) ความมีหนี้สินล้นพ้นตัวของลูกหนี้หรือไม่สามารถที่จะชำระหนี้ตามกำหนดได้ (2) รายชื่อและที่อยู่ของเจ้าหนี้คนเดียวหรือหลายคนที่ลูกหนี้เป็นหนี้อยู่รวมกันเป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท (3) เหตุอันสมควรและช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการ (4) ชื่อและคุณสมบัติของผู้ทำแผน (5) หนังสือยินยอมของผู้ทำแผน
ผู้ทำแผนอาจเป็นบุคคลธรรมดา นิติบุคคล คณะบุคคล เจ้าหนี้หรือผู้บริหารของลูกหนี้ก็ได้ ขั้นตอนภายหลังการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ 1. เมื่อมีการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการแล้ว ศาลอาจมีคำสั่งได้ 2 กรณี คือ สั่งรับคำร้องขอและนัดไต่สวน หรือสั่งไม่รับคำร้องขอ 2. ในกรณีที่ศาลสั่งรับคำร้องขอและนัดไต่สวน ลูกหนี้ คือ การบินไทยจะได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 90/12 ภายใต้หลักการ Automatic Stay ในหลาย ๆ เรื่อง เพื่อจำกัดสิทธิของเจ้าหนี้และผู้เกี่ยวข้อง เช่น ห้ามเจ้าหนี้ฟ้องการบินไทยเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของการบินไทย ห้ามมิให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของการบินไทย ห้ามมิให้เจ้าหนี้มีประกันบังคับชำระหนี้เอาแก่ทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจ ได้แก่ห้ามมิให้ฟ้องหรือร้องขอให้ศาลพิพากษาหรือสั่งให้เลิกนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้ ถ้ามีการฟ้องหรือร้องขอคดีดังกล่าวไว้ก่อนแล้ว ให้ศาลงดการพิจารณาคดีนั้นไว้ , ห้ามมิให้นายทะเบียนมีคำสั่งให้เลิกหรือจดทะเบียนเลิกนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้และห้ามมิให้นิติบุคคลนั้นเลิกกันโดยประการอื่น ,ห้ามสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของลูกหนี้หรือสั่งให้ลูกหนี้หยุดประกอบกิจการ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลที่รับคำร้องขอ ,ห้ามมิให้ฟ้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้หรือเสนอข้อพิพาทที่ลูกหนี้อาจต้องรับผิดหรือได้รับความเสียหายให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาด ถ้ามูลแห่งหนี้นั้นเกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน ,ห้ามมิให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ ถ้ามูลแห่งหนี้ตามคำพิพากษานั้นเกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน ในกรณีที่ได้ดำเนินการบังคับคดีไว้ก่อนแล้วให้ศาลงดการบังคับคดีนั้นไว้ เว้นแต่ศาลที่รับคำร้องขอจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น หรือการบังคับคดีได้สำเร็จบริบูรณ์แล้วก่อนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะทราบว่าได้มีการยื่นคำร้องขอ ,ห้ามมิให้เจ้าหนี้มีประกันบังคับชำระหนี้เอาแก่ทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลที่รับคำร้องขอ หรือเมื่อล่วงพ้นระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอ ระยะเวลาดังกล่าวศาลอาจขยายได้อีกไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินหกเดือน , ห้ามมิให้เจ้าหนี้ซึ่งบังคับชำระหนี้ได้เองตามกฎหมาย ยึดทรัพย์สินหรือขายทรัพย์สินของลูกหนี้ , ห้ามมิให้ลูกหนี้จำหน่าย จ่าย โอน ให้เช่า ชำระหนี้ ก่อหนี้ หรือกระทำการใด ๆ ที่ก่อให้เกิดภาระในทรัพย์สิน นอกจากเป็นการกระทำที่จำเป็นเพื่อให้การดำเนินการค้าตามปกติของลูกหนี้สามารถดำเนินต่อไปได้ เว้นแต่ศาลที่รับคำร้องขอจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น, ห้ามมิให้ผู้ประกอบการสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ งดให้บริการแก่ลูกหนี้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลที่รับคำร้องขอ หรือหลังจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้บริหารชั่วคราว ผู้ทำแผน ผู้บริหารแผน หรือผู้บริหารแผนชั่วคราว แล้วแต่กรณี ไม่ชำระค่าบริการที่เกิดขึ้นหลังจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการสองคราวติดต่อกัน

3. เมื่อศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแล้ว อำนาจหน้าที่ในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของผู้บริหารลูกหนี้จะสิ้นสุดลง โดยศาลจะพิจารณาแต่งตั้งผู้ทำแผน โดยหากไม่มีการคัดค้าน ศาลจะแต่งตั้งบุคคลตามที่ผู้ร้องขอฟื้นฟูกิจการเสนอให้เป็นผู้ทำแผน แต่หากมีลูกหนี้หรือเจ้าหนี้รายใดคัดค้าน และเสนอบุคคลอื่นให้เป็นผู้ทำแผนแทนหรือศาลเห็นว่าบุคคลที่ผู้ร้องขอเสนอไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้ทำแผนแล้ว ศาลจะมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกประชุมเจ้าหนี้โดยเร็วที่สุดเพื่อพิจารณาเลือกผู้ทำแผนขึ้น

4. เมื่อศาลมีคำสั่งแต่งตั้งผู้ทำแผนแล้ว อำนาจบริหารกิจการของลูกหนี้จะตกอยู่แก่ผู้ทำแผน และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องประกาศโฆษณาคำสั่งศาลที่แต่งตั้งผู้ทำแผนพร้อมแจ้งคำสั่งดังกล่าวไปยังบรรดาเจ้าหนี้ทั้งหลายให้มายื่นคำขอรับชำระหนี้ โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจหน้าที่พิจารณาสั่งคำขอรับชำระหนี้ที่บรรดาเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในระหว่างกระบวนการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ดังกล่าว

Advertisement

5. ผู้ทำแผนจะต้องจัดทำแผนและยื่นแผนฟื้นฟูกิจการลูกหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งแต่งตั้งผู้ทำแผนในราชกิจจานุเบกษา
6. ภายหลังจากที่ผู้ทำแผนเสนอแผนต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะเรียกประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผน ซึ่งที่ประชุมเจ้าหนี้อาจจะมีมติยอมรับแผนหรือไม่ยอมรับแผน หรือจะให้แก้ไขแผนก็ได้

7. ในกรณีที่ที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติยอมรับแผน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะรายงานมติดังกล่าวต่อศาลเพื่อให้ศาลพิจารณาว่าจะเห็นชอบด้วยกับแผนหรือไม่ ซึ่งศาลจะพิจารณาจากคำชี้แจงของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และผู้ทำแผน รวมทั้งข้อคัดค้านของลูกหนี้และบรรดาเจ้าหนี้ที่มีสิทธิออกเสียงตามมาตรา 90/30 ซึ่งไม่ได้มีมติยอมรับแผน ซึ่งศาลอาจมีคำสั่งเห็นชอบด้วยกับแผน หรือไม่เห็นชอบด้วยกับแผนก็ได้ ส่วนในกรณีที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติไม่ยอมรับแผน ศาลก็อาจสั่งยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ

8.ในกรณีที่ศาลเห็นชอบด้วยกับแผน และได้แจ้งคำสั่งให้แก่ผู้บริหารแผนและผู้ทำแผนแล้ว สิทธิและอำนาจหน้าที่ของผู้ทำแผนจะตกเป็นของผู้บริหารแผนต่อไป แต่หากศาลไม่เห็นชอบด้วยกับแผน ศาลก็จะสั่งยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ

9. เมื่อการดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการสำเร็จลุล่วง ศาลก็จะมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ และจะส่งผลให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากหนี้ทั้งปวงที่อาจขอรับชำระหนี้ในระหว่างกระบวนการฟื้นฟูกิจการได้ เว้นแต่เจ้าหนี้จะได้ยื่นขอรับชำระหนี้ไว้แล้ว และผู้บริหารของลูกหนี้จะกลับมามีอำนาจในการจัดกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ต่อไปตามเดิม รวมทั้งผู้ถือหุ้นของลูกหนี้กลับมามีสิทธิตามกฎหมายต่อไป โดยผู้บริหารของลูกหนี้ ผู้บริหารแผน ผู้บริหารแผนชั่วคราว หรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ แล้วแต่กรณี อาจขอต่อศาลให้มีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการได้ เมื่อเห็นว่าการฟื้นฟูกิจการได้ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามแผนแล้ว