หน้าแรก ในประเทศ ไม่รอด! รวบหน...

ไม่รอด! รวบหนุ่มใหญ่ค้ายาบ้า เจอตร.ยัดยาบ้าเข้าปากเคี้ยว หวังทำลายหลักฐาน

20.05.20 | 20:14 น.

หนองบัวลำภู เห็นตำรวจกลัวถูกจับยัดยาบ้าใส่ปากเคี้ยวแล้ววิ่งหนี แต่ไม่รอด ไล่กวาดติดตามได้อาวุธปืนลูกซอง ยาบ้าในกอกล้วยอีก ร่วม 6,000 เม็ด

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม  พล.ต.ต.สมประสงค์ พิมพิลา ผบก.ภ.จว.หนองบัวลำภู พ.ต.อ วิหาร แสงมุกดา ผกก.สภ.นากลาง พ.ต.ท. ทวนทอง พุทธแสน รอง ผกก.สส.สภ.นากลาง ได้อำนวยการให้ ชุดสืบสวนของ สภ.นากลาง นำโดย และ พ.ต.ต สุวิจักขณ์ จันทร์ไทยธชา สว.สส. ร.ต.อ.สุริยา บุญประคม ร.ต.ท.สมสมัย สุนะไตร พร้อมด้วยชุดสืบสวน สภ.นากลาง ได้ออกติดตามหาข่าวเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่ ซึ่งต่อมาได้รับรายงานจากสายว่า ที่บริเวณกระท่อมนาทางด้านทิศใต้บ้านทุ่งโพธิ์ หมู่ที่ 2 ต.กุดดินจี่ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู มีคนที่นำยาบ้ามาแอบจำหน่ายให้กับแรงงานและวัยรุ่นในพื้นที่

โดยสายแจ้งว่า ชายคนดังกล่าวตอนนี้ ยังอยู่ที่กระท่อมนา จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันวางแผนและเดินทางไปยังกระท่อมนาดังกล่าว เมื่อไปถึง พบชายคนหนึ่งอยู่ในกระท่อมนา ทราบชื่อคือนายลมแดง หรือแดง ภูบังที อายุ 51ปี อยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ที่ 11 บ้านนาเหมืองทอง ต.โนนทอง อ.นายูง จ.อุดรธานี ซึ่งได้มาพักอยู่ทีกระท่อมนาแห่งนี้ซึ่งเป็นของญาติพี่น้องได้ประมาณ 8-9 เดือนแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและขอเข้าตรวจค้น ทำให้นายลมแดง เมื่อทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ยัดสิ่งของบางอย่างเข้าไปในปากแล้วก็เคี้ยว

ขณะนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมอยู่ใกล้จึงมองเห็นพฤติกรรมของนายลมแดง เคี้ยวอะไรบางอย่างเข้าไปในปากและได้พยายามวิ่งหนี เจ้าหน้าชุดจับกุมจึงได้วิ่งติดตามและสามารถควบคุมตัวไว้ได้ และขณะที่ควบคุมตัวได้นั้น ได้มีการพ่นคายสิ่งของที่อยู่ในปากทิ้ง เจ้าหน้าตำรวจ ได้สอบถามว่าได้พ่นและคายอะไรทิ้ง ซึ่งต่อมา ผู้ต้องหาก็ยอมรับว่า ได้เคี้ยวและคายยาบ้า  3 เม็ด จนทำให้ปากเป็นสีแดง

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัว นายสุดแสง ศรีบัวขาว ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านนครพัฒนา หมู่ที่ 9 ต.นากลาง อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุมาเป็นพยาน ในการตรวจค้น โดยเมื่อตรวจค้นที่กระท่อมนา พบอาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก ผู้ต้องหายอมรับว่าซื้อมาในราคา 3,500 บาท และจากนั้นได้ไปตรวจค้นที่บริเวณกอกล้วยด้านหลังกระท่อมห่างไปทางทิศใต้ประมาณ 10 เมตร เนื่องจากได้รับแจ้งจากสายว่า ในการมาซื้อยาบ้าในแต่ละครั้งนั้น ผู้ต้องหารายนี้จะให้ผู้ที่มาซื้อรอที่กระท่อมนาแล้วจะเดินหายเข้าไปในป่ากล้วยบริเวณนั้นพร้อมกับนำยาบ้ามาให้เป็นประจำ เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบที่บริเวณกอกล้วยพบว่าที่บริเวณโคนต้นกล้วยต้นหนึ่งมีลักษณะของดินที่ฝังกลบใหม่ เป็นที่น่าผิดสังเกต จึงได้ขุดดูต่อหน้าผู้ต้องหาและ ผช.ผญบ.ที่มาเป็นพยานในการตรวจค้น พบยาบ้าบรรจุอยู่ในกล่องกระดาษทรงสี่เหลี่ยมหุ้มด้วยถุงพลาสติก จำนวน 3 มัดหรือ 30 ถุง รวม 5,935 เม็ด แบ่งเป็นชนิดสีแดง 5,875 เม็ด ชนิดสีเขียว 60 เม็ด

Advertisement

แต่ผู้ต้องหาได้ให้การปฏิเสธไม่รู้ว่ายาบ้าดังกล่าวเป็นของใคร ไม่ใช่ของตนเอง พื้นที่บริเวณดังกล่าวก็ไม่รู้ว่ามีหลายคนเข้าออก พวกซื้อขายยาบ้าก็มาบ่อย ส่วนยาบ้าที่เคี้ยวนั้นยอมรับว่าได้ซื้อมาเมื่อคืนนี้ กำลังจะไปสูบ และจากการตรวจปัสสาวะของผู้ต้องหาพบว่ามีสารเสพติด จึงได้ควบคุมตัวมาลงบันทึกประจำวันและส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ในข้อหา มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน เสพยาและมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้าไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนยัง พบข้อความคลิปเสียงการติดต่อซื้อขายบ้า การนัดพบ โอนเงิน การรอยาบ้า จุดนัดหมาย ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ตามพื้นที่ต่างๆ ทั้งเขตอำเภอโพนพิสัย หนองคาย บ้านผือ อุดรธานี ทั้งข้อความติดต่อกันทางโทรศัพท์ของผู้ต้องหาด้วยและยังพบว่า ได้มีการโอนเงินกันผ่านทางโทรศัพท์รวมแล้วหลายครั้งเป็นเงินหลายแสนบาท เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาและจะได้มีการสืบสวนขยายผลเพื่อหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป