เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 กรกฎาคม นายรังสรรค์ สละชีพ นายกเทศมนตรีตำบลท่าศาลา พร้อมคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกันลงพื้นที่บริเวณแยกนิคมสร้างตนเอง ซึ่งอยู่ในหมู่ที่ 5 ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.ลพบุรี เพื่อกำกับดูแลการกำจัดวัชพืช เศษขยะ และขุดลอกลำรางสาธารณะตั้งแต่แยกนิคมสร้างตนเองตลอดแนวถนนสายลพบุรี-โคกตูม ไปจนสิ้นสุดแนวเขต
สืบเนื่องจากเมื่อคืนวันที่ 20 กรกฎาคม มีฝนตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องประมาณ 1 ชั่วโมง ปริมาณน้ำฝนที่มากไม่สามารถระบายได้ทันจึงเกิดน้ำท่วมขังในบางจุด ซึ่งในขณะที่ฝนตกอยู่นั้น นายรังสรรค์ สั่งการให้สมาชิกสภาเทศบาล ต.ท่าศาลา และเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยออกไปเฝ้าระวังสถานการณ์ในจุดเสี่ยง พร้อมกับติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบน้ำออกจากบ้านเรือนประชาชนโดยเฉพาะจุดที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยหลังจากฝนหยุดตกแล้วใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง น้ำที่ท่วมขังจึงระบายไปจนหมดและกลับสู่สภาวะปกติ
ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่สำรวจเส้นทางการระบายน้ำพบว่าลำรางสาธารณะบริเวณแยกนิคมสร้างตนเองระบายน้ำได้ช้ากว่าที่ควรจะเป็น เพราะมีวัชพืชขึ้นปกคลุมอย่างหนาแหน่น อีกทั้งยังมีเศษขยะไหลมากองรวมอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ตื้นเขิน นอกจากนี้ยังพบว่า ตลอดแนวลำรางในเขตพื้นที่ ต.ท่าศาลา ซึ่งรับน้ำจากบ้านเขาหนีบนั้นมีผักตบชวา วัชพืช และเศษขยะในบางช่วง จึงประสานขอรับการสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจากศูนย์สงครามพิเศษ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เพื่อช่วยในการกำจัดวัชพืชและเก็บเศษขยะที่กีดขวางทางระบายน้ำ พร้อมกันนี้ยังได้นำรถแบ๊คโฮเข้าทำการขุดตักดินโคลนออกจากลำรางด้วย ซึ่งหลังจากทำการขุดลอกแล้วเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการระบายน้ำเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
นายรังสรรค์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ รวมถึงอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือในการปฏิบัติงานให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการจัดทำแผนรับมือน้ำท่วมโดยเฉพาะในจุดเสี่ยง เนื่องจากในช่วงนี้เริ่มมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนในเรื่องการป้องกันปัญหาน้ำท่วม อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนหากจะเกิดพายุฝนตกหนัก ส่วนในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินและต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลท่าศาลา ทางหมายเลขโทรศัพท์ 0-3641-4409 โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยรับแจ้งเหตุและพร้อมออกให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง

