เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่ตรวจเรือนจำอำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เพื่อดูความพร้อมระบบการเยี่ยมญาติผู้ต้องขัง ที่จะเริ่มในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ ซึ่งโมเดลการเตรียมความพร้อมของเรือนจำอำเภอบัวใหญ่ ถือว่าทำได้ดี ทั้งเรื่องเรือนนอนที่ไม่แออัด ห้องกักโรคมีมาตรฐาน และระบบการเยี่ยมญาติที่มีความพร้อม โดยเรือนจำ จะเปิดรับจองคิวการเยี่ยมญาติทางโทรศัพท์ และแอพพลิเคชั่นไลน์ ก่อนจะทำการลงคิวแล้วโทรแจ้งทางญาติ ว่าจะได้คิวเยี่ยมในวันและเวลาใด และเมื่อถึงเรือนจำ จะมีการวัดอุณหภูมิด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน ต้องวัดได้ไม่เกิน 37.5 องศาเซลเซียส ,ญาติที่เข้าเยี่ยมจะต้องล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ , ลงทะเบียน , รับถุงมือพลาสติก , สวมใส่หน้ากากอนามัย และนั่งรอคิว มีระยะห่าง 1.50 เมตร
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า กฎระเบียบของเรือนจำอื่นๆ ทั่วประเทศ อาจจะยืดหยุ่นแตกต่างกันออกไป ซึ่งที่เรือนจำบัวใหญ่ จะมีระบบการคัดกรองที่เข้มงวด การเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังจะเปิดให้เยี่ยมในเวลา 09.00-15.00 น. เยี่ยมได้วันละ 12 รอบ รวมผู้ต้องขังได้รับการเยี่ยมญาติ จำนวน 96 คน ต่อวัน ซึ่งการเข้าเยี่ยมจะมีการกั้นช่องเว้นระยะห่าง ญาติเข้าเยี่ยมได้ครั้งละ 2 คน ต่อผู้ต้องขัง 1 ราย ระยะเวลาเยี่ยม 15 นาที เมื่อเยี่ยมเสร็จ จะปิดทำความสะอาดโทรศัพท์ที่ใช้สนทนา เก้าอี้ เคาน์เตอร์ เป็นเวลา 15 นาที จึงจะให้คิวต่อไปเข้า ซึ่งระยะนี้การเยี่ยมญาติจะให้สิทธินักโทษ 1 ครั้งต่อเดือนไปก่อน โดยหากพบว่า ญาติผู้ต้องขังที่เข้าเยี่ยมมีเชื้อโควิด-19 เรือนจำนั้นต้องปิดการเยี่ยมในทันที จึงขอให้ทุกคนทำตามกฎระเบียบที่เรือนจำวางไว้อย่างเคร่งครัด หากรู้สึกว่าไม่สบายหรือจะไม่เข้ามาในพื้นที่ ก็ขอให้เลื่อนออกไปก่อนเพราะจะกระทบต่อผู้อื่น
ทั้งนี้ ระหว่างการตรวจเยี่ยม นายสมศักดิ์ ยังได้พูดคุยกับผู้ต้องขังคดียาเสพติดว่า จากนี้จะให้มีการสอนวิชาชีพต่างๆ ในรายการเรื่องเล่าชาวเรือนจำ เมื่อพ้นโทษออกไปก็ขอให้ได้ทำงานที่ดี อย่ากลับไปขายยาเสพติดอีก เพราะกระบวนการจับกุมจากนี้จะเข้มข้นขึ้นกว่าที่ผ่านมา

