กองปราบตั้งทีมสอบ’แม่ปุ๊ก’หลอกขายสินค้า-วางยาลูก รับเงินบริจาคเป็น 10 ล้าน

22.05.20 | 17:27 น.

กองปราบตั้งทีมทำงานไขคดีแม่ปุ๊กวางยาลูกหลอกรับเงินบริจาคและหลอกขายสินค้า เป็น 10 ล้านหรือไม่ หวังสร้างเรื่องน่าสงสาร ก่อนหน้านี้เคยรับเด็ก 3 ขวบมาเลี้ยง ตายอาการคล้ายกัน ผู้ต้องหารับคดีฉ้อโกง แต่ปฏิเสธทำให้เด็กตาย

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.กล่าวว่า ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป.ตั้งคณะทีมสืบสวนสอบสวนขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดีที่ตำรวจ กก.4 บก.ป.นำโดยพ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม รอง ผกก.4 บก.ป.และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.4 บก.ป.เข้าจับกุม น.ส.นิษฐา วงวาล หรือ แม่ปุ๊ก อายุ 29 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 675/2563 ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 ข้อหา “รับไว้ซึ่งเด็กโดยมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ,พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย,ฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ฉ้อโกงประชาชน” ได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งภายในซอยเทิดราชัน 13 ถ.เทิดราชัน แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา

คดีนี้สืบเนื่องจากชุดจับกุมได้รับการร้องเรียนว่าผู้ต้องหารายนี้มีพฤติการณ์ฉ้อโกงประชาชนโดยโพสต์ข้อความเปิดรับบริจาคเงินและหลอกขายสินค้า เช่นหน้ากากอนามัยผ่านทางเฟซบุ๊กโดยอ้างว่าจะนำเงินไปรักษาลูกซึ่งป่วยเป็นโรคที่มีเพียงไม่กี่คนจะป่วยได้ จนมีคนหลงเชื่อจ่ายเงินสั่งสินค้าและบริจาคเงินช่วยเหลือกว่า 3,000 ราย โอนเงินกว่า 8,000 ครั้ง รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงจัดกำลังลงพื้นที่สืบสวนหาข้อเท็จจริง จนพบความผิดปกติในคดีหลายอย่าง โดยเฉพาะอาการป่วยของ ด.ช.เอ นามสมมุติ (น้องอิ่มบุญ) อายุ 3 ขวบ ที่ผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นลูกแท้ๆ ของตัวเอง หลังมีอาการอาเจียนเป็นเลือด ตัวบวมเดินไม่ได้ จนต้องเข้ารักษาตัวในห้องไอซียูที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ รังสิต ต่อมาแพทย์


ตรวจพบสารเคมีที่ออกฤทธิ์เป็นกรด คล้ายส่วนผสมของน้ำยาล้างห้องน้ำ หรือ น้ำยาซักฟอก ในร่างกายของเด็กจำนวนมาก และเมื่อตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหารายนี้ยังพบว่า ก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาเคยได้รับ ด.ญ.บี นามสมมุติ (น้องอมยิ้ม) อายุ 3 ขวบ มาเลี้ยงดู ก่อนจะเสียชีวิตลงด้วยอาการป่วยในลักษณะเดียวกัน จึงตั้งข้อสังเกตว่าอาการป่วยของเด็กทั้งสองคนจะเกิดจาการกระทำของผู้ต้องหารายนี้เพื่อสร้างเรื่องให้ดูน่าสงสารในการหลอกเงินจากคนอื่น จึงได้พยายามรวบรวมพยานหลักฐานจนนำไปสู่การออกหมายจับและสามารถติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพข้อหาฉ้อโกงประชาชนจริงว่าไม่ได้ส่งสินค้าให้กับผู้เสียหาย แต่ยืนกรานปฏิเสธว่าไม่ได้ทำให้เด็กทั้ง 2 คนป่วยหนัก จนรายหนึ่งเสียชีวิต แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ จึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่งศาลอาญาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวว่า ทั้งนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลทางคดีได้ เนื่องจากพยานหลักฐานที่มีอยู่ในตอนนี้ยังมีไม่มากพอ ส่วนการที่ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธนั้นก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่ตนเชื่อว่าชุดสืบสวนกองปราบจะสามารถสืบหาข้อเท็จจริงมาเอาผิดกับผู้ต้องหารายนี้ได้แน่นอน

Advertisement