23 พฤษภาคม วันเต่าโลก “มะเฟืองไทย” ขึ้นวางไข่ บ่อยสุดในรอบ 20 ปี
American Tortoise Rescue ซึ่งเป็นองค์ที่มีภารกิจเพื่ออนุรักษ์และช่วยเหลือเต่าบกและเต่าทะเล ตั้งอยู่ในรัฐ California ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เล็งเห็นถึงการให้ความรู้ต่อประชาชนเกี่ยวกับ และอยากปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนร่วมกันอนุรักษ์เต่า จึงได้กำหนดให้วันที่ 23 พฤษภาคมของทุกปีเป็น วันเต่าโลก (World Turtle Day) ตั้งแต่ปี 2543
เต่าเป็นสัตว์ที่จัดอยู่ในอันดับ Testudines อยู่ในจำพวกสัตว์เลือดเย็น ในชั้นสัตว์เลื้อยคลาน เต่าเป็นสัตว์โบราณที่มีชีวิตตั้งแต่ในยุคไตรแอสสิคจนถึงยุคปัจจุบัน สาเหตุที่เต่ามีอายุยืน เป็นเพราะเต่ามีระบบกลไกการทำงานที่ทำให้เซลล์ในร่างกายเต่าทำงานน้อยลง เช่น เต่ามีการเคลื่อนที่ช้า หายใจช้า และยังมีความสามารถในการอดอาหารได้นาน ทำให้ร่างกายมีอัตราการเผาผลาญต่ำ เต่าจึงกลายเป็นสัตว์ที่มีอายุยืน โดยเต่าที่อายุยืนมากที่สุด คือ “เต่ายักษ์อัลดราบร้า” ซึ่งเป็นเต่าที่มีอายุมากถึง 255 ปี
สำหรับประเทศไทยมีเต่าทะเลถึง 4 ชนิดอาศัยอยู่ ได้แก่ เต่ากระ , เต่าตะนุ , เต่ามะเฟือง และเต่าหญ้า
เต่าเหล่านี้กำลังเผชิญชะตากรรมอย่างหนักในน่านน้ำทะเลไทย โดยสาเหตุหลักที่คร่าชีวิตเต่าทะเลล้วนมีต้นเหตุจากมนุษย์ทั้งสิ้น นั่นคือ การกินขยะทะเล การว่ายน้ำเข้าไปติดอยู่กับขยะทะเลหรือกระทั่ง การที่เรือประมงเข้าไปบุกรุกที่อยู่อาศัยของเต่าทะเลมากเกินไป ทำให้ถูกใบพัดเรือฟันกระดองจนตลาด ตลอดจนที่ที่เต่าทะเลใช้สำหรับวางไข่ก็ได้ถูกทำลายและแปรสภาพเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ทำให้เต่าไม่สามารถที่จะขึ้นวางไข่ได้ตามปกติ หรือหากวางแล้วลูกๆ เต่าโอกาสที่จะรอดชีวิตก็มีน้อย
อีกหนึ่งปัญหาที่บรรดาเต่าทะเลต้องเผชิญคือเรื่องของขยะ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำอึ้งเมื่อประเทศติดอยู่ในอันดับต้นๆของโลก ที่มีการทิ้งขยะลงไปในทะเลมากที่สุด มีการพบเศษพลาสติก ซากอวนเก่าๆ ที่กลายเป็นขยะ เป็นสาเหตุที่ทำให้เต่าทะเลเสียชีวิตในอันดับต้นๆ อีกเรื่องหนึ่งที่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าเต่าทะเลนั้นกินแมงกะพรุนเป็นอาหาร ถึงแม้ในแมงกะพรุนเองจะมีพิษอยู่ก็ตาม แต่เต่าทะเลมีความสามารถในการสะสมพิษในร่างกายได้อย่างไม่เป็นอันตราย ถึงแม้ว่าเต่าทะเลจะกินแมงกะพรุนตามห่วงโซ่อาหาร แต่ด้วยจำนวนของเต่าที่มีลดน้อยลง แมงกะพรุนจึงยังมีมาก และเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยวอยู่เช่นเดิม
ประเทศไทยได้มีการรณรงค์ร่วมกันอนุรักษ์เต่าทะเล โดยประกาศให้เต่าทะเลเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง มีกฎหมายห้ามล่า ห้ามครอบครอง ห้ามค้า หรือห้ามน้ำเข้า – ส่งออก ตลอดจนยังมีนักวิชาการได้ออกมาแนะนำว่าให้มีการอนุรักษ์ชายหาดไว้บางส่วนเพื่อเก็บเป็นพื้นที่ให้เต่าได้วางไข่ ไม่แนะนำให้ทำการประมงที่ทำร้ายเต่า เนื่องจากเต่าทะเลเป็นสัตว์น้ำที่หายใจด้วยปอด เมื่อติดอวน หรือเบ็ดอยู่ใต้น้ำนานๆ ก็อาจจมน้ำตายได้
ตั้งแต่ปลายปี 2562 ถึง ต้นปี 2563 ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่พบว่า ที่ จ.กระบี่ และภูเก็ต มีเต่ามะเฟืองขึ้นมาวางไข่ และฟักออกมาเป็นตัว อยู่ภายใต้การดูแลของ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์(สบอ.)5 นครศรีธรรมราช กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุืพืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถึง 5 ครั้งแล้ว ใน 4 พื้นที่
1.หาดบ่อดาน อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา 2. หาดท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา 3. เกาะคอเขา อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา 4. หาดทรายแก้ว-หาดไม้ขาว-หาดในทอน อ.ถลาง จ.ภูเก็ต
ถือเป็นการขึ้นวางไข่บ่อยครั้งที่สุดในรอบ 20 ปี ของเต่ามะเฟืองในประเทศไทย




