สั่งบ้านพักเด็กฯ ส่องโซเชียล เฝ้าระวังเคสเหมือน ‘แม่ปุ๊ก’ ถ้าพบผิด โทษคุก 3 เดือน ปรับ 3 หมื่น
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม นางสุภัชชา สุทธิพล อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยภายหลังประชุมผู้บริหารกรม ดย. ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ว่า ได้สั่งการหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวทั่วประเทศ ให้เฝ้าระวังเรื่องการนำเด็กมาเป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ในโลกออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ซึ่งจริงๆ ที่ผ่านมา ดย.ได้เฝ้าระวังกรณีเด็กถูกกระทำความรุนแรง เด็กถูกเลี้ยงดูไม่เหมาะสมอยู่แล้ว แต่กรณีนำเด็กมาเป็นเครื่องมือรับบริจาค ถือเป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ยิ่งกรณีเด็ก 2 ขวบ ซึ่งนอกจากมีเรื่องรับบริจาคแล้ว ยังมีเรื่องของความรุนแรงด้วย จึงให้เพิ่มประเด็นในการเฝ้าระวัง
อธิบดี ดย. กล่าวอีกว่า สำหรับพฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย อาทิ โพสต์เอาเด็กมาโฆษณาเพื่อแสวงหาประโยชน์ ไม่ว่าจะเพื่อยกเด็กให้คนอื่นที่ไม่ใช่ญาติ เพื่อให้ไปอุปการะต่อ โดยอ้างว่าตนเองไม่มีเงินเลี้ยงดูเด็ก กรณีแบบนี้จะเห็นเยอะ ถือว่าผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ มีโทษปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือทั้งจำและทั้งปรับ
ส่วนกรณีโพสต์เอาเด็กที่มีอาการป่วย มาขอรับเงินบริจาคเป็นค่ารักษานั้น ก็จะตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ว่าป่วยจริงหรือไม่ ผู้โพสต์มีวัตถุประสงค์อะไร อีกทั้งดูว่าเป็นการโพสต์ที่ลิดรอนสิทธิเด็ก และทำให้เด็กเสื่อมเสียหรือไม่ ไม่ใช่ว่าเราจะจับทั้งหมดเลย โดยเป็นข้อสั่งการที่สามารถปฏิบัติได้ทันที
อย่างไรก็ตาม อยากฝากถึงประชาชนที่เห็นการนำเด็กมาโพสต์เป็นเครื่องมือรับบริจาคแล้วอยากช่วยเหลือ ให้เปลี่ยนมาประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ เช่น ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 บริจาคผ่านหน่วยงานนั้น หรือช่วยเหลือแบบซึ้งหน้า เพื่อจะเห็นว่าเราได้ช่วยเหลือคนที่ลำบากจริงๆ ดีกว่าโอนเงินช่วยเหลือในโซเชียล ที่อาจมีมิจฉาชีพแอบแฝงมาได้
ส่วนความคืบหน้าน้องอิ่มบุญวัย 2 ขวบ ที่ถูกผู้อ้างเป็นแม่ทำร้ายร่างกาย เพื่อเรียกร้องความสงสารในการรับบริจาคเงิน อธิบดี ดย. กล่าวว่า น้องโอเค สภาพจิตใจดีขึ้น ได้อยู่ในสถานที่ปลอดภัย ในความคุ้มครองตามคำสั่งศาล 6 เดือน ตอนนี้ภารกิจเร่งด่วน คือ ต้องดูสภาพร่างกายน้องก่อน จากนั้นจะเข้าสู่การเตรียมความเป็นอยู่ในอนาคตให้แก่เด็ก

