มื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 22 กรกฎาคม 2559 พ.ต.อ.วิเชียร ประทุมรัตน์ ผกก.สภ.กระทุ่มแบน อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งจากจ่าเอกดำรงไชย สมฤทธิ์ หัวหน้าฝ่ายปกครองเทศบาลตำบลดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน ว่าบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ หน่วยที่ 7 ต.ดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน ได้หายไปจากป้ายประกาศที่ตั้งไว้ภายในศาลาอเนกประสงค์บ้านตาสด หมู่ที่ 3 ต.ดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ซึ่งจากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบพบว่า บัญชีรายชื่อที่หายไปนั้นถูกนำไปเผาที่ช่องด้านบนของท่อระบายน้ำที่อยู่ด้านข้างศาลาฯ
โดยทั้งนี้หลังรับแจ้งเหตุทาง พ.ต.อ.วิเชียร ประทุมรัตน์ ผกก.สภ.กระทุ่มแบน ก็ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และรีบนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยมี พ.ต.อ.ทีป ราญสระน้อย รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.ธงชัย เนตรสขาวัฒน์ ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร นายนิติพัฒน์ ชูกล้ากสิกรณ์ พนักงานสืบสวนสอบสวน สำนักงาน กกต.จังหวัดสมุทรสาคร เจ้าหน้าที่วิทยาการกองพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.กระทุ่มแบน เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดสมุทรสาคร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลดอนไก่ดี ปลัดเทศบาลตำบลดอนไก่ดี และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมด้วย
จากการตรวจสอบในช่องด้านบนของท่อระบายน้ำ พบเศษกระดาษถูกเผาทิ้งกลายเป็นเถ้าถ่าน แต่ยังมีบางส่วนที่ถูกไฟเผาไม่หมดเหลือให้เห็นว่าเป็นบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติที่หายไปอย่างแน่นอน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่วิทยาการก็ได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังมีการตรวจลายนิ้วมือแฝงจากหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ เช่น ขวดน้ำดื่ม ก้นบุหรี่ และไฟแช็ค เป็นต้น
ด้าน พ.ต.อ.ทีป ราญสระน้อย รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวนั้น ไม่ว่าผู้ที่กระทำจะมีเจตนาหรือไม่ จะทำผิดเพราะโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือทำผิดเพราะความคึกคะนอง แต่ก็ต้องมีความผิดตามกฎหมาย เพราะเป็นการทำลายเอกสารของทางราชการ โดยได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินการสืบสวนฯ หาข้อมูลถึงมูลเหตุของการกระทำที่ชัดเจนก่อน แต่ก็เชื่อได้ว่าไม่น่าจะเกิดจากความชัดแย้งทางการเมือง เนื่องจากพื้นที่ตำบลดอนไก่ดีนั้น ไม่เคยมีเรื่องของการแบ่งสี หรือความขัดแย้งทางการเมืองเกิดขึ้น
ส่วน พ.ต.อ.วิเชียร ประทุมรัตน์ ผกก.สภ.กระทุ่มแบน เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้รายงานให้ทางผู้บังคับบัญชารับทราบ แล้วก็ได้รับคำสั่งการจาก พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 กำชับให้สืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาให้ได้ และต้องสืบหามูลเหตุ รวมถึงสาเหตุจูงใจของการกระทำความผิดในครั้งนี้ที่ชัดเจน ซึ่งขณะนี้ก็ได้มีการสนธิกำลังร่วมกับระหว่าง ตำรวจสืบสวนภูธรกระทุ่มแบน ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดสมุทรสาคร และฝ่ายปกครองของอำเภอกระทุ่มแบน ตลอดจนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่หาข้อมูลและหลักฐานต่างๆ เพื่อติดตามตัวผู้กระทำความผิด ซึ่งแม้จะกระทำไปเพราะความคึกคะนอง หรือ เลียนแบบตามกระแส ก็ต้องถูกนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย อีกทั้งยังจะต้องให้มีการประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรับทราบด้วยว่า การกระทำเช่นนี้ถือเป็นคดีอาญาที่มีอัตราโทษสูง ไม่ว่าจะกระทำเพราะเหตุใด ก็ไม่เกิดผลดีกับใครทั้งสิ้น
ขณะที่นายนิติพัฒน์ ชูกล้ากสิกรณ์ พนักงานสืบสวนสอบสวน สำนักงาน กกต.จังหวัดสมุทรสาคร ก็บอกว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เป็นคดีอาญาอันเนื่องมาจากการทำลายเอกสารและทรัพย์สินของทางราชการ และการขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ซึ่งทางก็จะต้องให้ผู้เสียหายคือ คณะกรรมการออกเสียงประชามติประจำเขต หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ แจ้งความที่ สภ.กระทุ่มแบน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จ่าเอกดำรงไชย สมฤทธิ์ หัวหน้าฝ่ายปกครองเทศบาลตำบลดอนไก่ดี ผู้ดูแลเล่าให้ฟังว่า ตนเองได้นำรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติของหน่วยเลือกตั้งที่ 7 ต.ดอนไก่ดี มาติดไว้เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา และมีการตรวจสอบทุกวันทั้งเช้า และเย็นตามคำสั่งของนายวิชัย แตงเอี่ยม นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลดอนไก่ดี โดยเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ก็พบว่า บัญชีรายชื่อยังคงอยู่ในสภาพปกติ แต่พอมาช่วงเย็นเข้าตรวจสอบกลับพบว่าบัญชีรายชื่อฯ หายไปแล้ว และเมื่อลองเดินดูรอบๆ ก็พบว่าถูกนำไปเผาทิ้งที่ช่องด้านบนของท่อระบายน้ำ จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ

