ชมครั้งแรกที่นี่ สัตวแพทย์กรมอุทยานฯ “ขูดหินปูนเสือโคร่ง” ป้องกันเหงือกอักเสบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างวันที่ 25-29 พฤษภาคม สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) จัดให้มีการตรวจสุขภาพสัตว์ป่าในกรงเลี้ยงประจำปี ที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3(ประทับช้าง) จ.ราชบุรี โดยมีการตรวจสุขภาพครั้งใหญ่ของเสือโคร่งทั้งหมด 39 ตัว ซึ่งเสือโคร่งทั้งหมดที่ทางศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 หรือ ชื่อเดิมคือ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง ดูแลอยู่นี้ เป็นเสือโคร่งของกลางที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดี และเสือโคร่งที่เอกชนที่สิ้นสุดใบอนุญาตครอบครองแล้ว
นายตรศักดิ์ นิภานันท์ หัวหน้าศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าแห่งที่ 3 กล่าวว่า ทุกๆปี ทีมสัตวแพทย์จากกรมอุทยานแห่งชาติฯร่วมกับทีมสัตวแพทย์จากคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล จะเข้ามาตรวจสุขภาพเสือโคร่ง โดยจะทำการชั่งน้ำหนัก เก็บตัวอย่างเลือด หาค่าความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด วัดค่าตับ ไต รวมไปถึงการขูดคราบหินปูน ซึ่งโดยภาพรวม เสือโคร่งในศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าแห่งนี้ไม่ได้มีสุขภาพแข็งแรงมากแบบ 100% แต่ก็ไม่ถึงกับอ่อนแอมากนัก หลังจากเก็บตัวอย่างเลือดเสร็จเรียบร้อย เลือดจะถูกส่งไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันตก และที่คณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล

สัตวแพทย์หญิง(สพ.ญ.)สุนิตา วิงวอน สัตวแพทย์ประจำกลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าวว่า รับหน้าที่ขูดหินปูนให้กับเสือโคร่ง ที่ผ่านมาก็จะทำหน้าที่นี้เป็นประจำอยู่แล้ว ผ่านการขูดหินปูนให้เสือโคร่งมาหลายตัวแล้ว เครื่องมือการขูดหินปูนเสือโคร่ง เป็นเครื่องมือชนิดเดียวกับที่ใช้ขูดหินปูนให้คน มีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย แต่ถือเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์เช่นเดียวกัน
“สำหรับการตรวจสุขภาพสัตว์ โดยเฉพาะเสือโคร่งนั้นเราต้องวางยาสลบเขาก่อน ซึ่งปริมาณยาสลบต้องเหมาะสมกับเวลาที่หมอต้องทำงาน ทั้งการชั่งน้ำหนัก เก็บตัวอย่างเลือด รวมถึงการขูดหินปูนด้วย ซึ่งอย่างหลังใช้เวลามากมาก 2 อย่างแรก หมอจะต้องประเมินระบบในช่องปากทั้งหมด ตรวจเหงือก ตรวจลิ้น สำคัญเพราะเสือในกรงเลี้ยงนั้น เราไม่ค่อยให้แทะกระดูกชิ้นใหญ่เหมือนเสือในป่า ที่เวลาล่าเหยื่อแล้ว เขาจะต้องกินเหยื่อทั้งตัว ซึ่งมีทั้งกระดูกชิ้นเล็กและชิ้นใหญ่ การได้แทะกระดูกเหมือนเป็นการช่วยขัดฟันให้เขาด้วย เสือในป่าธรรมชาติจึงไม่ค่อยมีหินปูนมากนัก ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องเหงือกอักเสบ แต่เสือในกรงเลี้ยง เราต้องคอยดูแลสุขภาพในช่องปากให้เขาด้วย การขูดหินปูนอย่างน้อยปีล 1 ครั้ง จึงเป็นเรื่องจำเป็นมาก เพราะถ้าเขามีเหงือกอักเสบก็จะทรมานและมีปัญหาสุขภาพอื่นๆตามมาด้วย”สพ.ญ.สุนิตา กล่าว

เมื่อถามว่า นอกจากเสือแล้ว สัตว์อื่นๆในกรงเลี้ยงจะต้องขูดหินปูนด้วยหรือไม่ สพ.ญ.สุนิตา กล่าวว่า สัตว์ใหญ่ๆอย่างหมี ก็ต้องขูดหินปูนด้วยเช่นเดียวกัน แต่หมี จะมีปัญหาสุขภาพในช่องปากน้อยกว่าเสือ เมื่อถามอีกว่า กลัวหรือไม่ขณะที่ต้องเอามือล้วงเข้าไปในปากเสือโคร่ง สพ.ญ.สุนิตา กล่าวว่า ไม่กลัว เพราะมีทีมงานที่ทำงานด้วยคอยตรวจสอบ มอนิเตอร์ ทุกอย่างร่วมกัน ทั้งเรื่้องปริมาณของยาสลบกับระยะเวลาที่เสือสลบ ซึ่งหลังจากที่ทำงานเสร็จแล้ว ก็จะฉีดยาให้เสือฟื้นขึ้นมา หลังจากนั้นก็จะใช้ชีวิตตามปกติ ซึ่งนอกจากขูดหินปูนแล้ว ก็จะมีการตัดเล็บ ในส่วนของเล็บที่เหมือนเป็นเล็บขบที่จะทิ่มนิ้วซึ่งจะทำให้เสือเจ็บด้วย ทั้งนี้ระหว่างเสือสลบก็ต้องคอยรักษาอุณหภูมิในร่างกายไม่ให้สูงเกินไป หมอจะเอาผ้าชุบน้ำมาคลุมตัวเอาไว้ รวมทั้งเอาผ้าขนหนูมาปิดตาเพื่อไม่ให้แสงเข้าตาด้วย คือ ทุกขั้นตอนจะต้องทำอย่างละเอียดอ่อนและทำให้ดีที่สุด
ติดตามชม การตรวจสุขภาพสัตว์ป่าในกรงเลี้ยง จากรายการสิงสา ทางมติชนออนไลน์ เร็วๆนี้

