ศาลสืบพยาน ‘บรรยิน’ คดีฆาตกรรม ‘เสี่ยชูวงษ์’ หวังเงินโอนหุ้น ตร.วางกำลัง รปภ.เข้ม

2.06.20 | 14:19 น.

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่ศาลอาญาพระโขนง ถนนสรรพาวุธ ศาลนัดสืบพยานโจทก์ในคดีหมายเลขดำที่ 4915/2559 นางศิริรัตน์ แซ่ตั๊ง ภรรยานายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างระดับประเทศ กับพวกรวม 5 คน เป็นโจทก์ (อัยการโจทก์ที่ 5) ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์และอดีต ส.ส.นครสวรรค์ ในความผิดฐานข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ สืบเนื่องจากกรณีที่นายชูวงษ์เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์หรู ยี่ห้อเลกซัส สีดำ ทะเบียน ภฉ 1889 กรุงเทพมหานคร ของนายชูวงษ์ ที่ พ.ต.ท.บรรยินขับ และนายชูวงษ์เป็นผู้นั่งโดยสารด้านข้างคนขับ เกิดเสียหลักชนต้นไม้เมื่อปี 2558 ริมถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ระหว่างซอย 48 กับซอย 50 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กทม. โดยนัดสืบพยานโจทก์ทั้ง 5 ในวันนี้ พนักงานอัยการโจทก์ที่ 5 ทนายโจทก์ที่ 1-4 จำเลย และทนายจำเลยมาศาล โดยจำเลยถูกคุมขังเบิกตัวมาโดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์

ก่อนพิจารณาคดีศาลแจ้งให้คู่ความทราบว่า เนื่องจากมีโรคระบาดร้ายแรงโควิด-19 ซึ่งศาลอาญาพระโขนงมีคำสั่งให้เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีและที่ศาลอนุญาตสามารถเข้ามาในห้องพิจารณาคดีได้เท่านั้น ส่วนบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีนั้นจะไม่อนุญาตให้เข้ามาในห้องพิจารณา โจทก์นำพยานเข้าเบิกความจนจบ 1 ปาก แล้วทนายโจทก์แถลงว่ายังติดใจสืบพยานอีก แต่วันนี้เตรียมพยานมาศาลเพียงเท่านี้จึงขอเลื่อนไปสืบพยานโจทก์ที่เหลือในนัดหน้า ให้เลื่อนไปนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 9 มิ.ย. เวลา 09.00 น. ตามที่นัดไว้เดิม และให้คู่ความทั้งสองฝ่ายไปกำหนดวันนัดสืบพยานจำเลยแทนนัดที่มีการเลื่อนการพิจารณาที่ศูนย์นัดความ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้เดิมศาลอาญาพระโขนงพักการพิจารณาคดีไว้เนื่องจากรอผลคำพิพากษาในคดีปลอมเอกสารโอนหุ้นเสี่ยชูวงษ์กว่า 300 ล้าน ของศาลอาญากรุงเทพใต้ฯ ซึ่งนายบรรยินร่วมกับพวกกระทำผิด โดยศาลพิพากษาให้จำคุก น.ส.กัญฐณา หรือน้ำตาล อดีตพริตตี้ จำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี น.ส.อุรชา หรือป้อนข้าว อดีตโบรกเกอร์และคนสนิทของ พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 2 มีกำหนด 4 ปี ส่วน พ.ต.ท.บรรยิน อดีต รมช.พาณิชย์ จำเลยที่ 3 ให้จำคุก 2 กระทง กระทงละ 4 ปี รวมจำคุก 8 ปี โดยให้ยกฟ้องในส่วน น.ส.ศรีธรา มารดาของอดีตโบรกเกอร์ จำเลยที่ 4 ที่ได้อ่านคำพิพากษาไปเมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา จึงดำเนินกระบวนพิจารณาคดีต่อ นอกจากนี้นายบรรยินยังเป็นจำเลยในคดีร่วมกับพวก 6 คน กระทำความผิดอุ้มฆ่าพี่ชาย น.ส.พนิดา สกุนตะประเสริฐ ผู้พิพากษาอาวุโสศาลอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งเป็นอดีตเจ้าของสำนวนหุ้นเสี่ยชูวงษ์ในขณะนั้นด้วย ซึ่งในคดีดังกล่าวนายบรรยินกับพวกโดนยื่นฟ้อง 9 ข้อหา 1.ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ 2.ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้ใดเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่เป็นเหตุให้ผู้ถูกเอาตัวไปถึงแก่ความตาย 3.ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 4.ร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป 4.เป็นซ่องโจร โดยสมคบกันเพื่อกระทำผิดที่มีระวางโทษประหารชีวิต 5.ร่วมกันพยายามข่มขืนใจผู้อื่น ให้กระทำการใดโดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป 6.ร่วมกันซ่อนเร้น ทำลายศพเพื่อปิดบังการตายและสาเหตุการตาย 7.ร่วมกันกระทำการใดๆ แก่ศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นเพื่ออำพรางคดี และ 8.ร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน

นอกจากนี้ เฉพาะ พ.ต.ท.บรรยิน ผู้ต้องหาที่ 1 ถูกฟ้องเพิ่มเติมในข้อหา 9.สวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงาน เพื่อให้คนอื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิและแต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิเพื่อกระทำผิดอาญา โดยการเบิกตัว พ.ต.ท.บรรยิน ในวันนี้เป็นการขนย้ายนักโทษมาจากเรือนจำ ทางศาลเกิดความเป็นห่วงว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน จึงขอกำลังตำรวจมาดูแลมาตรการรักษาความปลอดภัย ซึ่งทางนครบาลจึงจัดกำลังตำรวจ บก.สปพ. และ สน.บางนา ทำงานร่วมกับกองปราบปราม ตำรวจศาล และกรมราชทัณฑ์ มีการตั้ง ศปก.ควบคุม กำหนดมาตรการแผนเผชิญเหตุร่วมกัน ซึ่งเหตุการณ์ก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม จะมีการจัดกำลังมาดูแลความปลอดภัยการพิจารณาคดีทุกนัดของ พ.ต.ท.บรรยิน